NICE is nice

 

 

วันแรกของการเดินทาง เรานั่งเครื่องจากเมืองไทยเกือบสิบชั่วโมง มาถึง สนามบิน frankfurt เพื่อต่อเครื่องไปเมืองนีซ จากเครื่องไทยไป Lufthansa สนามบิน frankfurt ยังคงใหญ่โตและไม่สวยในสายตาของฉัน เราต้องเดินไประหว่าง terminal ไกลมาก ไปยังอีกตึกหนึ่ง มีทางเดินยาวเหยียด ที่น่าประทับใจคือ เค้าทำเป็นทางเดิน แสงสีเสียง มีเปลี่ยนสี เสียงน้ำตก นกร้อง และ กลิ่นโอโซน ตลอดเวลา ทำเอา ฉัน พี่แหม่ม พี่เจี๊ยบ เพลิดเพลินหายเมื่อยไปบ้าง แต่เราต้องยังเดินอีกไกล ขึ้นลิฟท์ ไปต่อ ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเข้าประเทศ euro มีสัมภาษณ์นิดหน่อยเป็นพิธี แต่ที่ต้องทำทุกครั้ง คือ ถอดรองเท้า เอามา X-ray อีกที

 

                       

เรามาถึง Gate ก่อนตั้งสองชั่วโมง รอดู บอลโลกชิงที่สามคู่เยอรมัน กับ โปรตุเกส พอดี เที่ยวบินจาก Frankfurt ไป Nice delay ไปเกือบสี่สิบนาที  เนื่องจาก captain รอดูบอลค่ะ คนที่รอขึ้นเครื่อง พนักงานที่ gate ต่างดู tv กันใหญ่ หมดครึ่งแรก เครื่องเราถึงได้ เหินขึ้นฟ้ามุ่งสู่นีซ

 

นั่งหลับๆตื่นๆ ได้ น้ำมาแก้ว ขนมปังมาถุงหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงตะโกนมาจาก ห้องนักบิน ตอนแรกตกใจเครื่องเป็นอะไร ด้วยความรู้ภาษาเยอรมันงูๆปลา เลยฟังออกว่า เยอรมันนำ 1-0  ทั้งเครื่องตบเมือกันเกรียว ฉันหันไปยิ้มกับนกแก้วสองตัว ( คุยกันตลอดทาง ) บนเครื่องสนุกสนาน จนมาได้ สามลูก ชนะ captain สบายใจ เรามาถึง Nice พอดี

ก่อนลงเป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเห็น แสงไฟสวยงาม นี่สินะ ชายฝั่ง The riviera อันโด่งดัง หรือเรียกเป็น ภาษาฝรั่งเศสว่า cote d'azur

 

 

สนามบินที่ NICE สะอาด กลิ่นก็สะอาด คนก็น้อย สะดวกสบายกว่าที่ frankfurt เรารีบไปหา รถเข็นกระเป๋า แต่ที่ยุโรป เราต้องเอาเงิน 1 หรือ 50 euro ไปใส่ถึงจะดึงรถเข็นมาได้ เรายังไม่ได้แลกเงินกันเลย แต่ด้วยสายตาสั้นแต่ ตาดีมากของฉันก็เห็นรถเข็นที่ไม่ได้เสียบเงินจอดอยู่แบบเนียนๆในบรรดาแบบหยอดเงินจนได้

 

เรารับกระเป๋า แล้วต้องรีบมาขึ้น taxi เพราะ รถเมล์หมด แถมยังต้องรีบไปโรงแรม เพราะ นัดไว้เวลาเที่ยงคืน ถ้าไป late สงสัยจะอด แถมยังดึกอีกต่างหาก    กว่าจะได้ taxi แทบแย่ เราตรงไปด้านหลังที่มีป้ายรถเมล์ มีรถ taxi จอดเต็ม แต่ไม่มีใครไป เพราะ เราต้องไปรอตรงคิวเท่านั้น ดวงก็เลยสมพงศ์กับ จอมซิ่ง น่ากลัว ขับปรู๊ดแป๊บเดียว แต่ราคาทรมานใจ 22euro มาถึง โรงแรม ที่ฉันจองผ่าน web venere.com โรงแรมนี้ location 5 ดาว คุณภาพ ไม่ถึงสองดาว

 

โรงแรมเราชื่อ HOTEL D'azur hotel

101 promenade des anglais 06000 nice

แนะนำว่า อย่ามาพักที่นี่เลย เพราะ ฉันนอนสองคืน โดนเรียกเก็บผ่านบัตร credit  3 คืน ดีนะ bill number เดิมสองหน bank เลยให้คืน เซ็งเล็กน้อย

 

                            

เราได้ห้อง สี่คนชั้นล่าง ห้องเล็ก เตียงสองชั้น แบบคนผอมนอนได้เท่านั้น ห้องน้ำที่ฝรั่งเศสไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกันหมด ไม่มีม่านกั้นสักกับโรงแรม น้ำที่นี่เหม็นมาก แปรงฟัน จะออกทุกที เจ้ปลอบใจว่า เป็นน้ำโอโซน คนยุโรป เค้าคงไม่คุ้นกับน้ำผสมคลอลีนเหมือนบ้านเราเช่นกัน  ห้องเล็กจนแทบจะไปวางกระเป๋านอกห้อง แต่ ด้วยความเพลีย เรากับรู้สึกว่า ฟูกนุ่ม นอนหลับสบายจัง

                       

 

ตื่นกันตอนเช้า 0900 โมง เมืองไทยก็ บ่ายสอง เริ่มหิว เราจะไปหาอะไรทานที่ตลาดดอกไม้กันค่ะ

 

ออกมาจากห้อง เจอครอบครัวฝรั่งห้องข้างๆน่ารัก ที่นี่รถจอดเต็ม แน่นทุกห้อง มองกลางแดด ก็สวยดีนะ 

 

 

ออกมาเก้าโมงกว่า โอ นี่มันยุโรปหรือนี่ ร้อนมากๆ ร้อนจนแสบหน้าไปหมด แต่ทำไมคนออกมาตากแดดเต็มไปหมด นึกขึ้นได้นี่มันวันอาทิตย์ วันหยุดเลยมีคนมาเล่นน้ำ ตากแดด เต็มไปหมดเลย มองทะเล nice ยังไง ก็สวยสู้บ้านเราไม่ได้ ชายหาดเป็นหินอีก บางแสนยังสวยกว่าเลย  แต่วิว คนนอนตากแดด เด็ดกว่า topless show เต็มเลย

 

                    

                                             วิวหน้าโรงแรม

                    

เราเดินมารอรถเมล์ข้างหน้าโรงแรม ป้าย magnan วันนี้คงเป็นอริกับรถเมล์ นั่งรอตั้งนาน ก็ไม่มา เลยตัดสินใจเดิน เค้าว่า ไปตลาด 15 นาที เดินฝ่าความร้อน อ้าว ไป ทนได้หนึ่งป้าย เดินไม่ไหว ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เดินมาหนึ่งป้าย ทนรอรถเมล์ แบบเกือบตาย คนเยอะแยะ เดินกันทั้งนั้น แต่ เราสามคนเดินไม่ไหวจริงๆ รอรถอยู่ 45 นาที ได้แอร์บนรถ พอมองเห็นอะไรชัดหน่อย

 

 

                

                             ถ้าไม่เดินเค้าก็ขี่จักรยานกัน

 

             

                 

 

เรามาถึง สุดสาย ท่ารถ เรียกเป็น ภาษาฝรั่งเศสว่า gare routiere จากท่ารถเดินไปทะเลจะถึงเมืองเก่าของ nice และ ตลาดดอกไม้ ไม่น่าเชื่อ การเดินชมเมืองเก่าทำให้เราเพลิดเพลินใจมาก เมืองดูขลัง มีชีวิตดี

 

                       

 

 

ระหว่างเดินดูเมือง รู้สึกสงสัยจังว่าทำไมเมืองนี้ถึงชื่อ nice ก็เลยไปค้นประวัติศาสตร์มาคร่าวๆ

เมืองนีซก็เหมือนกับเมืองส่วนใหญ่ริมทะเลเมอร์ดิเตอร์เรเนียนที่อยู่ใต้อิทธิพลของโรมัน  เค้าว่า

The citizens of Nice trace their city's name back to the Greek Nikaia- City of Victory. Though other accounts say that it was founded by the Marseillais in 350 BC.

Whichever is the closer to truth matters not. Nice has been created and shaped by successive waves of foreigners who occupied the eastern end of the Bay of Angels facing Antibes

แถม nice ยังตกเป็นของคนโน้นคนนี้ แถมยังเป็นอิตาลีที่โดนขายให้ฝรั่งเศสอีกต่างหาก

Of course, the Romans had their time in Nice (as they did in most of Europe). After their decline and fall, the city became part of Provence until 1388. Then the Savoies of Switzerland and Northern Italy took over.

 

In 1543, the Niçois had an opportunity to demonstrate their sense of humour. In order to frighten off advance guards of an invading Turkish army, a common laundress of ample proportions who was also exceedingly ugly, climbed a ladder and showed them her vast and bare derriere. With surprising good sense, the Turks retreated and the new heroine of Nice was adopted as the patron saint of the city. No simple virgins for the Niçois.

In mid-19th century while Nice still belonged to Italy, King Immanuel III hit on a plan to enrich his country the easy way. He sold Nice to Napoleon III in exchange for French financial and military help. Although the deal was done secretly the Niçois were allowed to vote so they could not say that they were being sold down the river. Although that famous statesman Garibaldi - who was born in Nice - urged them to vote against the deal, there was an overwhelming majority in favour. The voting booths were manned by units of the French army and this may well have affected the outcome.

อันนี้เป็นประวัติ ริมชายหาด ที่ทำไมชื่อ เป็นอังกฤษก็เพราะอย่างนี้นี่เอง

So the English were by no means the first settlers here. But, when they did arrive, they brought a prosperity to the Niçois never before known. Even before the end of the 18th century there was no shortage of English food and drink. The English built houses, and because they were religious they built churches. Soon they would need a cemetery - and so the place expanded. But during the winter of 1821-22 an unusually sharp frost prohibited more building and there was much unemployment. The English church demonstrated its practicality by raising funds and putting many of the unemployed to work to build a walkway by the sea. This is how the Promenade des Anglais came to be built - and named.

After the incorporation of Nice into France, the railway from Marseilles was extended. That of course really put Nice on the map, and as a result, Nice became the first city to have a tourist-based economy. Until then, people travelled for economic, religous, or cultural reasons. Now, for the first time people travelled for pleasure. They came south to "get away from it all" and "to get away with everything". The modern tourist industry was born. Pretty impressive, as the word tourist did not even exist in the French language at that time.It does now - Le Tourism .

One final point is worthy of mention. The eagle's head on the coat of arms, which had swivelled from left to right depending on whether Nice was owned by France or Italy, now became permanently facing to the right, and so it remains to this day - to the relief of the Niçois. In heraldic conventions, a left-facing eagle denotes an illegitimate branch of the family

 

 

ได้ความรู้ก็เดินกันต่อกันดีกว่า หิวจัง จากบ้านมาวัน ดันอยากกินข้าวอีกแล้ว เจอร้านเป็นแบบซุปเปอร์ ร้านนี้ขายน้ำถูก 1 EUR

 

                      

 

เจอร้าน pizza ก็หิว อยากทาน

 

                   

 

สัญลักษณ์ของฝรั่งเศสคือไก่ แต่ตัวนี้ น่ารัก แต่ไม่อิ่ม

                

 

               

เจ้เอาลูกสีเหลืองๆที่ซื้อร้านนี้มาให้ทานลองท้อง อร่อยมาก สดสุดๆ

 

               

 

ขนมปัง ดูแล้วไม่อยากทาน

 

                

 

เจอร้านนี้แล้ว คนรอเยอะมาก ไก่อบร้านนี้อร่อยมากๆ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ดึงกระดูกมา ได้มาแต่กระดูก แยกเนื้อ แยกกระดูเรียบร้อย

 

            

 

 

              

                                          อร่อยจริงๆนะ

 

 

เดินไปอีกนิด เจอตลาดแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตลาดดอกไม้เค้าเรียกชื่อว่า The Cours Saleya ไม่มีวันจันทรืเพราะจะเป็นตลาดของเก่าแทน ตลาดนี้ ดอกไม้น้อย แต่ ผลไม้สุดยอด ยิ่งเรามาหน้าร้อน หน้าผลไม้ อย่างนี้ ยิ่งมีความสุข ฉันทานเชอร์รี่วันละกิโลทุกวันเลย  happy

 

               หายหิว ตื่นตาตื่นใจ ผลไม้น่าทานมาก เจ้ ช๊อบกระจาย

                                          เอาดอกไม้ไปก่อน

                    

 

 

                     

 

                    

 

 

                   

 

 

                    

 

                      

 

                       

                                       ทางเข้าจากทะเล

 

แต่เป็นทางออกของเราเพราะเราจะหาที่กินไก่ กับ ผลไม้ เห็นต้นปาล์ม ไม่พูดพล่ามทำเพลง นั่งกินมันตรงนั้นแหล่ะ หารู้ไม่ ว่าข้างหลังเป็นไฟอดง คนมันหิวตาลาย ทำลายชื่อเสียงประเทศชาติก็งานนี้แหล่ะ อุปกรณ์การกิน คือ มือค่ะ

 

                    

 

ตามด้วยผลไม่ ร้อยแปดชนิด แตง กับ เชอร์รี่ ลูกพลัม อร่อยมากๆ อิ่มจนท้องจะแตก มีแรงขึ้นมาทีเดียวเลยหล่ะ

 

มองไปทางขวา มีรถไฟเล็ก ราคา 6 eur พาชมเมืองขึ้นไปบนเขาดูวิวทะเล nice กับเมืองเก่า เสียดายไม่มีเวลาเพราะเราต้องพา เจ้ๆ ทั้งหลายไป monaco ก่อน

 

เดี๋ยวพรุ่งนี้ กับ monaco นะ  

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic