ณ ที่ดาวพราวพร่างรัก

 

 

                                             

 

 

ณ ที่ดาวพราวพร่างรัก เอลันตะดารายาวีย์ไลย์

นับแต่สงครามล้มล้างครีราโมส์โดยแนวร่วมปลดปล่อยธิโมส์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ระบอบกษัตริย์ที่ยืนยงมากว่าสามพันปีบนแผ่นดินแสงดาวก็จบสิ้นลง  ธิโมส์ปี ค.ศ. นี้ไกลห่างนักจากยุคที่กษัตริย์เรทัตก้าวเข้ามากอปรรวมดวงใจผู้คนที่แตกแยกให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขใต้ผืนฟ้าสีน้ำเงินแห่งครีราโมส์  ...เด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก “ครีราโมส์” อีกแล้ว แผ่นดินแสงดาวในวันเวลานี้มีสิ่งอื่น ๆ ให้ผู้คนจับยึด เชื่อมั่น และศรัทธา

หากกระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ครีราโมส์” ยังคงอยู่ ...ทั้งในหัวใจของคนเฒ่าคนแก่ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาอันร่มเย็นสงบงามใต้ผืนฟ้าครีราโมส์  ในความทรงจำของชาวีย์และแนวร่วมปลดปล่อยธิโมส์ที่เป็นไม้ เบื่อไม้เมากันตลอดมา  ในวิถีชีวิตของผู้คนที่เวียนวนชิดใกล้  รวมทั้งในสายเลือดของผู้สืบสายสกุลอันสูงส่งนี้

...ทว่ามีเพียงไม่กี่คนในกลุ่มคนเหล่านั้น ที่เฝ้าย้ำกับหัวใจตนเองว่า  “ครีราโมส์” ยังคงอยู่ และจะต้องคืนกลับมาอีกครั้ง !
ไม่นานหลังจาก ศาวีรันดา ครีราโมส์ ก้าวลงจากตำแหน่งปันตา  และนักวิชาการหนุ่มไฟแรง ดอกเตอร์วัตราลี ก้าวขึ้นกุมบังเหียนธิโมส์   กระแส “คลั่งเจ้า” ก็ก่อตัวขึ้นบนแผ่นดินแสงดาว พร้อมกับข่าวการลอบทำร้าย เจ้าชายหนุ่มทายาทคนสำคัญของครีราโมส์ ที่เป็นประดุจเชื้อไฟกระพือโหมให้กระแสนั้นร้อนแรงขึ้นทุกขณะ

...ยิ่งเรื่องร้ายรุนแรงขึ้นเท่าใด กระแสแห่งความจงรักภักดีก็ดูจะยิ่งกล้าแข็งขึ้นเพียงนั้น  จนใครบางคนอดคิดไม่ได้ว่า หรือจะเป็นไปได้จริงที่ครีราโมส์จะคืนกลับมา

หากแต่ผู้ที่ตกอยู่ท่ามกลางวังวนของปัญหากลับมีคำถามหนึ่งปรากฏขึ้นในใจ ...ใครที่จะสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์หาก “ครีราโมส์” ผงาดขึ้นมาอีกครั้ง

หรือในทางกลับกัน...ใครกันที่จะได้ประโยชน์จากการคืนกลับมาของ...

 

สีราธีลา นี่คือคำสวัสดีในภาษาธิโมส์ ในนิยายเล่มล่าสุดของดวงตะวันที่ฉันเพิ่งอ่านจบไป

เรื่องนี้หันกลับมาพูดถึง เจ้าชายในยุค3000ปี ที่แล้ว หรือ ตะกูลเก่าแก่ที่ประชาชนยังเคารพในยุคปัจจุบัน นางเอกเป็นบอดี้การ์ดสาวสวย มาดเท่ นิ่ง แสนเก่ง ทำไมถึงมีการทำร้ายพระเอก ก็เป็นเรื่องการเมืองในประเทศสมมุติ ที่มีแต่เรื่องนั่นเอง 

เรื่องนี้ มีหักมุม spoil นะคะ คนที่เราเข้าใจว่าใช่ไม่ใช่น่ะ  เข้าใจไหมนี่ ชอบบุคลิก ของพระเอกเรื่องนี้มาก ดูไม่อยู่กับร่องกับรอยดี แล้วก็ดูเจ้าชู้ เข้ากับผ้หญิงเก่ง ปรับตัวง่าย จะหล่อจะเซอร์ เป็นได้หมดเลย อย่างว่า ผู้หญิงนิ่งๆ เฉยๆ ย่อมได้ผู้ชายเจ้าชู้หน่อยๆมาปราบถึงจะสมกัน สนุกดี ซึ้งๆ หลายตอนเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้

ท่ามกลางเสียงคลื่นเสียงลม หนุ่มสาวก้าวเดินเรื่อยๆไปบนหาดทราย  ทะเลยามค่ำคืนงามแปลกตา มืดมิดดำคล้ำนักก็จริง แต่มิช้านานก็จะเห็นระลอกคลื่นสีขาวเคลื่อนเข้าสู่ฝั่งดุจมันมีชีวิต

บนฟากฟ้าสีน้ำเงินเข้มจัดก็เช่นกัน มืดเพราะไร้จันทรา ทว่าก็มีดวงดาราพราวพร่างไปทั้วผืนฟ้า

"ผมชอบทะเลตอนกลางคืนที่สุดเลย ไม่หรอก ไม่ได้ชอบทะเล ผมชอบเวลากลางคืนต่างหาก"

พร้อมกับพูด ชายหนุ่มแหงนเงยขึ้นมองดวงดาวดวงนิดๆที่แต่งแต้มอยู่บนฟ้าเบื้องบน

"ครีราโมส์มีสองสาย บุหลันกับเอลันตรา แต่คุณรู้มั๊ยฌาคีย์ ผมไม่อยากเป็นหรือจะยืนอยู่กลางแสงสว่างของพระจันทร์และพระอาทิตย์เลย ผมชอบดาวมากกว่า"

 

อ่านแล้วซึ้ง จะว่าไป หนังสือชุดธิโมส์แล่มนี้ก็เป็นแล่มที่ 8 แล้วหล่ะสิ

 

                                              นิยายชุดธิโมส์

ธิโมส์ มีคำแปลว่า แผ่นดินแสงดาว    ไม่บ่อยครั้งนักที่นักเขียนนิยายจะสร้างเมืองสมมุติขึ้นมาอย่าง เต็มรูปแบบไม่เพียงสถานที่ แต่ยังสร้างผู้คน บ้านเมือง ภาษา ตำนาน ความเชื่อ แม้กระทั่งอาหารการกินอย่างละเอียด ราวกับสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นและมีอยู่จริง หนึ่งในนั้นก็คือ "ธิโมส์" เมืองสมมุติที่เป็นฉากหลัง ของนิยายเรื่องดังต่อไปนี้

 

 ๑. รุ้งจันทร์ตะวันดาว

                               


“...รันดา คุณกำลังตกเป็นทาสของความเคียดแค้นชิงชัง”
“เปล่าเลยค่ะ” หญิงสาวหยุดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยเสียงกลั้นสะอื้น
“สิ่งเดียวที่ฉันเป็นทาส ฉันเป็นทาสความรักต่างหาก”
นี่ละหรือ คือพลานุภาพแห่งรักที่พร่ำบอกกันนักหนา
ว่าสามารถเปลี่ยนคนเปลี่ยนโลก มานักต่อนัก
คือรักละหรือ ที่บงการชีวิตและจิตใจของผู้หญิงคนนี้
“อลันคะ ในชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยสักครั้งเลยหรือ ที่คุณทำบางสิ่งบางอย่าง
ไปด้วยความรู้สึกล้วน ๆ หันหลังให้เหตุผลและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในโลกนี้
แล้วเดินไปบนหนทางแห่งความรู้สึกที่หลายคนอาจเห็นว่าโง่เง่าสิ้นดี
แต่ถ้าไม่ทำตามหัวใจ ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างฉลาดเฉลียวไปทำไม

 

นับตั้งแต่ ภูแสนดาว นิยายเรื่องแรกของดวงตะวันที่ออกสู่สายตาผู้อ่านเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541  กระทั่งมาถึงนิยายเรื่องที่ 8  รุ้งจันทร์ตะวันดาว ในปี พ.ศ.2545   ผู้อ่านที่ติดตามผลงานของดวงตะวันมา ตลอดคงเห็นตรงกันว่า นอกเหนือไปจากความบันเทิงสนุกสนานอันเป็นสิ่งแรกที่ผู้อ่านจะได้รับจากปลายปากกาของดวงตะวันแล้ว  สิ่งที่ปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดในนิยายทุกเรื่องของนักเขียนผู้นี้ก็คือ ประเด็นความคิด  หนักบ้างเบาบ้างสอดแทรกอยู่ในนิยายทุกเรื่องไป

ใน รุ้งจันทร์ตะวันดาว   ดวงตะวันได้สร้าง “ธิโมส์” ประเทศสมมุติขึ้นเป็นฉากหลักของเรื่อง  นอกจากสภาพภูมิประเทศแล้ว  ยังได้กำหนดรายละเอียดอื่นๆ ของบ้านเมืองแห่งนี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ   อาทิ ประวัติศาสตร์  สภาพการเมืองการปกครอง  ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน  บ้านเรือน  อาหาร  รวมทั้งความเชื่อ    ทั้งหมดนี้ ดวงตะวันได้นำเสนอผ่าน “ภาษา” อันงดงาม  ที่สำคัญ คือเป็นภาษา “ธิมาส์” ที่แม้ไม่มีอยู่จริง  แต่ก็ถูกปั้นแต่งขึ้นอย่างสมจริง  ผ่านปากคำของตัวละครต่างๆ ที่โลดแล่นอย่างมีเลือดเนื้อ   ทั้งคำทักทาย และคำร่ำลาที่มีความหมาย

หากแต่เมื่อแลลอดลงไปจากความเป็นนิยายอันว่าด้วยเรื่องของความรักและการแก้แค้นแล้ว   รุ้งจันทร์ตะวันดาว ยังสอดแทรก “สาร” บางอย่างเอาไว้อย่างน่าขบคิด   ประเด็นว่าด้วย  อารมณ์กับเหตุผล  หญิงกับชาย นั้นยังคงเป็นประเด็นที่ร้อนและแรงขึ้นมาได้ทุกครั้ง  เมื่อถูกหยิบยกขึ้นมาโต้เถียง อีกทั้งการต่อสู้ระหว่างหัวใจกับสมองในสมรภูมิชีวิตของคนคนหนึ่งก็ดูจะไม่เคยจางหายไปเลย  เช่นเดียวกับประเด็น  ส่วนตัวและสาธารณะ ก็ยังคงผลัดกันรุกผลัดกันรับและช่วงชิงความได้เปรียบอยู่ในพื้นที่และเวลาต่างๆ อยู่เสมอ    เชื่อว่า  ผู้อ่านหลายท่านเองก็อาจจะได้เคยล่วงเข้าไปใน “สงคราม” เหล่านี้กันมาบ้างแล้ว เช่นเดียวกับที่ศาวีรันดา  ตัวละครเอกของ รุ้งจันทร์ตะวันดาว เผชิญอยู่ 

 

เรื่องนี้ขอบอกว่า อ่านไม่รู้เรื่อง หนัก และ การเมืองล้วนๆ อ่านจบออกเครียดด้วยซ้ำ นางเอกรุ้งจันทร์ตะวันดาว เป็น ปันตา - นายกรัฐมนตรี

 

 

๒. รักที่ริมทะเลเมฆ

                         

“คุณกลัวสาวน้อยคนนั้น กลัวจะพ่ายแพ้แก่ดวงตามีเสน่ห์ของเธอหรือเค
แต่ผมจะบอกอะไรคุณให้อย่างนึงนะ เคเชรีจะคลายความหนาวเย็นลงทันทีเชียวละ
เพราะอ้อมแขนของกีกี้น่ะอบอุ่นดั่งแสงตะวัน”
ชายหนุ่มยักไหล่นิด ๆ โดยไม่รู้ตัว ขณะที่บอกตัวเอง
ไม่ใช่ทามของใครที่ไหนที่คาเลถ่ายทอดให้เมื่อบ่ายหรอกน่า
ที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอยู่ในเวลานี้
แต่เพราะในตัวเขามีส่วนผสมระหว่างความหนาวเย็นของพวกเคเชรี
กับความร้อนแรงเจิดจ้าดั่งไฟของผู้หญิงจากรันนา วาตี ต่างหากเล่า
จะเป็นเพราะความคิดคำนึงถึงผู้หญิงคนหนึ่ง
หรือเพราะมายืนอยู่เบื้องหน้าภาพอันสวยงาม สงบ และเดียวดายนี้
ก็สุดที่ใครจะรู้ได้ ที่ทำให้ตัวตนอันยิ่งใหญ่ของคนที่ใคร ๆ ในเคเชรี
เรียกและรู้จักกันในนาม “เค” ดูจะเล็กกระจ้อยร่อยลง
เหลือเพียงหัวใจที่เต้นแรง หัวใจของมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่ง
ผู้ชายที่ชื่อ เคช บีรอส เคเชรี

“ต่อให้ทะเลเมฆจางหาย ขอเพียงหัวใจยังคงอยู่”
รักที่ริมทะเลเมฆเป็นนิยายเรื่องที่สองในชุดเมืองสมมุติ “ธิโมส์” - - แผ่นดินแสงดาว  
กิรันนาเป็นวาตีของชุมชนริมทะเลแห่งหนึ่งของธิโมส์  ที่ถูกใช้เป็น “พื้นที่” ประลองอำนาจทางการเมืองระหว่างกลุ่มผลประโยชน์สองกลุ่ม หนึ่งนั้นคือกลุ่มบันทรี  ของรัฐมนตรีบันทรีที่กำลังผันตัวเองมาตั้งพรรคการเมือง  และอีกหนึ่งคือกลุ่มของเคช เคเชรี  คนภูเขาที่ลึกลับและน่ากลัว
 
ผู้หญิงแห่งท้องทะเลเข้าใจตลอดมาว่า ผู้ชายจากขุนเขาอย่างเคชจ้องจะฮุบรันนา วาตี บ้านของหล่อนเป็นสถานที่สร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ของธิโมส์ และเขาเป็นผู้ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเรื่องราวร้ายๆมากมายขึ้นที่นั่น

จนกระทั่งเคชตัดสินใจลักพาตัวกิรันนาขึ้นไปอยู่ “ในอ้อมกอดของเมฆา” ที่คฤหาสน์เมฆ บนยอดเขาเคเชรีอันหนาวเย็นนั่นละ ความจริงจึงเปิดเผยว่าแท้จริงแล้ว  ใครกันแน่ที่เป็นคนก่อเรื่องราวทั้งหมดขึ้นที่รันนา วาตี และทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร

พอมาเรื่องนี้ กลับน่ารัก เก็บไว้เป็นหนึ่งในหนังสือน่ารักอบอุ่นที่ชอบ ไม่ได้หลงความหล่อของพระเอกอย่างเดียวหรอกนะ ก็แหม พระเอกช่างเท่ห์ แอบเจ้าเล่ห์ หล่อเหลา ร่ำรวย บุคลิกดี โอย ชายในฝัน ในฝันมีหลายคนอยู่ อิอิ

แต่ที่น่ารักที่สุดของเรื่องนี้ คือ มีกฎของคุณเคช พระเอกเป็นคนเคเชรี ชนเผ่าลึกลับบนภูเขาสูง คนกลุ่มนี้มีวิธีการวัดความจริงใจของคนว่า

เขาใช้ "การกอด" เป็นตัววัด เขาว่า เวลาที่คนกอดกัน คือเวลาที่หัวใจอยู่ใกล้กันมากที่สุด จะรู้ใจมากที่สุด ตอนนี้แหล่ะ และพระเอกขอวัดใจนางเอกนี่สิ ที่ทำเอาคนอ่านใจเต้น

 

๓. ดอกไม้และสายลม

 

                     


“ฉันไม่ใช่คนมีค่าอะไรหรอกค่ะ
...ถ้าเป็นต้นไม้ ฉันคงเป็นต้นไม้ที่ไร้ราก”
แม้ว่าที่ผ่านมา เมื่ออยู่ในอลาสกา
ซอร่าจะทะนงตนเสมอมาว่าสูงส่งและมีคุณค่าในตัวเอง
แต่เมื่อมาอยู่ในคาเรนา หล่อนถึงได้รู้ว่ามันมิได้เป็นเช่นนั้นเลย.....
หล่อนต่ำต้อยและไร้ค่าจริง ๆ ทว่าสำหรับเรน
เขาอยากตอบคำพูดประโยคนั้นของซอร่าเหลือเกินว่า
หล่อนมิใช่อื่นใดเลย นอกจากสายลมแรงดังพายุ
ที่พร้อมจะขุดรากถอนโคนต้นไม้ ดอกไม้ทุกต้นขึ้นมา

 


หลังเหตุการณ์ประลองอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์สองกลุ่มคือกลุ่มบันทรีและกลุ่มเคเชรี  นางแบบสาวไฮโซอย่างซอร่าซึ่งเป็นลูกครึ่งเคเชรี  จำต้องหลบลี้ภัยเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในคาเรนา  ดินแดนตอนกลางของธิโมส์

ซอร่าไปพักอยู่ที่บ้านหลังงามกลางสวนดอกไม้ของเรน

สาวไฮโซผู้เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจตัวเอง ปะทะกับเรน ชายหนุ่มผู้เรียบง่ายติดดิน  ไม่เว้นแต่ละวัน  ทว่าที่สวนดอกไม้กลางคาเรนานี่เองที่ทำให้ซอร่าได้ค้นพบตัวเอง  ว่าที่ผ่านมาเธอมีชีวิตอยู่อย่างไร้ค่าเพียงใด

ไร้ค่าเพราะหัวใจเธอไร้รัก

หากแต่สำหรับเรนแล้ว  รักของซอร่าจะมีประโยชน์อันใดไม่ว่าหล่อนจะพร่ำพูดสักแค่ไหน  และ...เขาเองจะรักหล่อนสักเพียงใด    หากว่ารักนั้นทำให้ดินแดนคาเรนาต้องพินาศย่อยยับ เพียงเพราะเล่ห์กลทางการเมืองของกลุ่มผลประโยชน์ซึ่งซอร่านำติดตัวเข้ามาด้วย

ดอกไม้อย่างเรน...จะต้านทานสายลมรักของซอร่าได้หรือไม่
และถึงที่สุดแล้ว  แม่สายลมซอร่าจะปัดเป่าเรื่องราวร้ายๆให้พ้นไปจากสวนดอกไม้ของเรนได้หรือไม่   ติดตามได้ใน...ดอกไม้และสายลม

ตัวร้ายจากเรื่องที่แล้ว ต้องการตามล่าหัว ซอร่า ลูกครึ่งเคเชรีซึ่งทำงานให้คุณเคช และบัณทรีเชื่อว่า นอกจากจะทำให้กลุ่มบัณทรีแทบล่มสลายแล้ว ยังเป็นต้นเหตุให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน (ที่เลวไม่แพ้พ่อ) ต้องตายอย่างอนาถอีกด้วย


นางแบบสาวหัวสูงจึงเดินทางมาหลบวิถีกระสุน ในใจกลางสวนธีลาแสนสวยของ เรน พ่อหนุ่มผมยาวแห่งคาเรนา เรื่องนี้นางเอกดูร้ายพอตัว พระเอกก็จริงจังไปนิด แต่ ฉากในคาเรน่าที่ล้อมรอบไปด้วยดอกธีลาช่างสวยงามเหลือเกิน และ มีฉากนางเอกใจถึง ถึงจะถึงแบบอายๆก็เถอะ

 

 

๔. ปราสาททรายในสายฝน

 

                       

 

เมืองโอจา...ในวันที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง เนินดินชายป่าในเขตพื้นที่บ้านของบีแบลค
หนุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลเกิดการทรุดตัวถล่มลง แผ่นหินหัก ๆ แผ่นหนึ่งผุดโผล่ขึ้นจากพื้นดิน
จารึกภาษาโบราณบนแผ่นหินนั้น นำ ตรีดามาส นักโบราณคดีสาว
มายังที่ดินของชายผู้ซึ่งหวงแหนความเป็นส่วนตัวยิ่ง เพื่อค้นหา กีระดารา ปราสาททราย
คำที่เป็นปริศนาสำหรับนักโบราณคดีธิโมส์มาทุกยุคทุกสมัย
ยิ่งค้นหา ก็ยิ่งพบเงื่อนงำชวนสงสัย
...จารึกนั้นเป็นแผ่นหินปิดหลุมศพของเจ้าหญิงในประวัติศาสตร์
ที่ถูกนักรบเถื่อนแห่งโอจาลักพาตัวมาจริงละหรือ?
ปราสาททรายที่เต็มไปด้วยเพชรนิลจินดาหลังนั้นมีอยู่จริงหรือไม่?
แต่ยิ่งตรีดามาสเข้าใกล้ความจริง เหตุร้ายก็เกิดขึ้นกับคนทั้งคู่ถี่ขึ้นทุกที
ราวกับมีใครบางคนคอยบงการก่อนที่ความลับในหลุมขุดค้นจะถูกเปิดเผย

“แบลค คุณนี่เผด็จการไม่เลิกเลยนะ”
ตรีดามาสโวย แต่แบลคนึกไม่อยากเถียงหล่อน
คืนนี้ เขามั่นใจในความเป็นเผด็จการของตนเอง
“ผมเคยบอกคุณแล้วหรือยังนะตรี ว่าผู้ชายเผด็จการก็มีหัวใจ
แล้วต้องให้ผมบอกด้วยหรือเปล่าว่า หัวใจมีไว้เพื่ออะไร”

เรื่องราววุ่นวายในโอจาเกิดขึ้น พร้อมๆกับการมาถึงของคณะนักสำรวจทางโบราณคดี ซึ่งมีตรีดามาสเป็นหัวหน้าคณะ...
ตรีดามาสและคณะมาเพื่อค้นหา กีระดารา - ปราสาททราย ในเขตพื้นที่บ้านของ บีแบลค
แต่สิ่งที่เธอค้นพบ กลับเป็น ระดา - ความรัก ในเขตพื้นที่หัวใจของ บีแบลค แทน

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองโอจา เมืองทางทิศตะวันออกของธิโมส์ที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี  ทั้งยังเป็นเมืองคนดุเต็มไปด้วยกลุ่มเจ้าพ่อ มาเฟีย ที่ต่างก็แย่งชิงกันเป็นใหญ่

เมื่อหนึ่งในเจ้าพ่อคนสำคัญของโอจาเสียชีวิตลง   เจ้าพ่อคนอื่นๆก็ขยับตัวหวังจะก้าวขึ้นไปเป็นใหญ่แทน กระทั่งทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน  จำเพาะเจาะจงว่า เหตุการณ์ร้ายๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นพร้อมๆกับการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นสำคัญของธิโมส์  นั่นคือจารึกบนแผ่นหินปรากฏคำว่า กีระดารา – ปราสาททราย ในเขตที่ดินของเจ้าพ่อคนหนึ่ง  เขาชื่อ บีแบลค

และนักโบราณคดีสาวที่เดินทางมาขุดค้นหา “กีระดารา” ในเขตที่ดินของบีแบลค ก็คือ ตรีดามาส  ยิ่งวันที่ตรีดามาสขุดคุ้นหาหลักฐานจากอดีต  เหตุการณ์ร้ายในปัจจุบันก็ยิ่งเกิดขึ้นกับทีมงานของหล่อนไม่เว้นแต่ละวัน  จนกระทั่งทำให้หล่อนเชื่อว่า  บีแบลคเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ร้ายและความรุนแรงทั้งหมด
ปริศนาจากอดีตใกล้จะคลี่คลาย  ตรีดามาสและนักโบราณคดีทุกคนคาดหวังว่าจะได้พบ  “ปราสาททราย” หลังงามในเขตที่ดินของบีแบลค   แต่ขณะเดียวกันความรุนแรงในปัจจุบันก็ทวีขึ้นทุกขณะ และบีบเข้าใกล้ตัวบีแบลคทุกที

...ความรักของแบลคที่มีต่อตรีดามาส และความรู้ของตรีดามาสต่องานโบราณคดี  จะช่วยคลี่คลายเรื่องราวทั้งหมด  และทำให้เขาและหล่อนก่อร่างสร้าง “ปราสาททรายในสายฝน”  สำเร็จหรือไม่ ...โปรดติดตาม

ชอบเรื่องนี้มากกกกกก ตรงที่มีเรื่องเกี่ยวกับโบราณคดีเข้ามาด้วย แล้วพระเอกเป็นเจ้าพ่อภาษาอะไร อ่อน กว่า นางเอกที่เป็นนักโบราณคดี แถม มียิงกันบ่อยสมกับที่มีพระเอกเป็นเจ้าพ่อเลย

 

 ๕. ผีเสื้อลายตะวัน

                           

 

จักจารจารึกรักไว้ ตราบนิรันดร์...เรื่องราว
บางส่วนเสี้ยวของตำนานคนเถื่อนแห่งธิโมส์
ต้นตำนานคนเถื่อนแห่งเมืองคนดุอลันจา-
โอจา และในฐานะบุรุษที่ยอดพลีทุกอย่าง
ในชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินแสงดาว ยังเผย
แง่มุมความสัมพันธ์ซ่อนเร้นล้ำลึกระหว่าง
เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ นักรบเถื่อนแห่งแดน
ตะวันฉาย กับสองผัเสิ้อหนุ่มแห่งแดนตะวัน
ดับ เพื่อนน้ำมิตรที่ร่วมศึกเคียงบ่าเคียงไหล่
ยิ่งเย็นย่ำ หัวใจคนเถื่อนยิ่งอัดแน่นไปด้วยความกังวล
ตะวันลับดวงไปนานแล้ว ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วคุ้มผีเสื้อริมทะเลสาบ
หากเจ้าผีเสื้อก็ยังไม่คืนเรือน ยิ่งคิด กายก็ยิ่งเป็นห่วง
ทว่า...นอกเหนือจากความห่วงใยแล้ว ยังมีความรู้สึกอื่นใดอีกหรือไม่
ที่ทำให้ต้องออกมาเดินวนเวียนบนดาวีแม้ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้
หัวจิตหัวใจที่เคยแต่คิดเรื่องการสู้รบ ต่อกรกับอยุติธรรมแห่งอลาส
ทั้งกีระดาราอันเป็นหลักหมายใหญ่
มาวันนี้ กายไม่ปฏิเสธว่าในซอกมุมเร้นลึกในหัวใจ
ยังมีเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่อย่างลึกลับ หวานหอม ทว่าทรมาน
หากยังขืนฝืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ รู้ดี คงเจ็บปวดปางตาย...
กายเงยหน้าช้า ๆ และเมื่อมองเห็นคนที่ก้าวขึ้นมาบนดาวี มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น
หัวใจดวงเดิมดวงเดียวกับเมื่อครู่ก็เต้นแรงดุจจะโลดออกมานอกอก
แม้กีระดาราหลังงามยังคงปักหลักเด่นตระหง่าน
ทว่าที่เห็นชัดกว่านั้น คือผีเสื้อโบกบินปีกแสนงามอยู่ในหัวใจ

 

เมืองโอจาในวันที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง เนินดินชายป่าแห่งหนึ่งทรุดตัวถล่มลง  แผ่นหินหักๆ แผ่นหนึ่งผุดโผล่ขึ้นจากพื้นดิน พร้อมถ้อยจารึกภาษาธิมาส์โบราณ...

สำหรับนักอ่านที่ติดตามนวนิยายชุดธิโมส์ของ “ดวงตะวัน”  และไม่พลาด ปราสาททรายในสายฝน  คงรู้ดีว่า แผ่นหินนั้นนำ ตรีดามาส--นักโบราณคดีสาวชาวธิโมส์ ไปสู่การค้นหา “กีระดารา”  คำที่เป็นปริศนาสำหรับนักโบราณคดีธิโมส์มาทุกยุคสมัย 

และระหว่างการค้นหาความลับแห่งกีระดารานั้นเอง ที่เรื่องราวบางส่วนเสี้ยวของตำนานคนเถื่อนแห่งธิโมส์--กาย กานาเมซ  ได้ปรากฏขึ้น  คนเถื่อนที่ชนธิโมส์รุ่นหลังจดจำเขาทั้งในฐานะต้นตำนานคนเถื่อนแห่งเมืองคนดุ อลันจา-โอจา  และในฐานะบุรุษที่ยอมพลีทุกอย่างในชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินแสงดาว 

หากยิ่งไปกว่านั้น มันยังเผยบางแง่มุมของความสัมพันธ์ซ่อนเร้นล้ำลึกระหว่างเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ต้นราชสกุลครีราโมส์ นักรบคนเถื่อนแห่งแดนตะวันฉาย กับสองผีเสื้อหนุ่มแห่งแดนตะวันดับ เพื่อนน้ำมิตรที่ร่วมศึกเคียงบ่าเคียงไหล่ กาย กานาเมซ  เอาไว้ด้วย

กีระดาราที่แท้แล้วคืออะไร
หัวใจรักของนักรบคนเถื่อนกับผีเสื้อหนุ่มแห่งแดนตะวันดับ อยู่ที่ใด...

ผีเสื้อลายตะวัน จะนำเราย้อนอดีตไปยังแผ่นดินธิโมส์เมื่อกว่าสามพันปีก่อน ในยุคที่ความเป็นรัฐชาติยังไม่ถือกำเนิดบนแผ่นดินแสงดาว  พร้อมเปิดตำนานแห่งรักอันยิ่งใหญ่ของคนเถื่อนผู้กล้า และเผยปริศนาแห่งกีระดารา--ปราสาททรายอันโอฬาริก ที่อยู๋ในหัวใจใครหลายคน


นางเอกเท่นะเรื่องนี้ แถมปลอมตัวเป็นชาย เน้นความรักชาติ ทำเพื่อชาติบ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่หวังผลตอบแทน มี vision มองการณ์ไกลอีกต่างหาก

 

บัลลังก์บุหลัน

นับจากที่ ปราสาททรายในสายฝน พาเราไปรู้จัก “กีระดารา”  พร้อมเผยบางส่วนเสี้ยวของตำนานคนเถื่อนแห่งธิโมส์--กาย กานาเมซ  และ ผีเสื้อลายตะวัน นำเราย้อนอดีตกลับไปยังแผ่นดินธิโมส์เมื่อกว่าสามพันปีก่อน เปิดตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของคนเถื่อนผู้กล้า เจ้าหญิงต้นราชสกุลครีราโมส์ และนักรบหนุ่มแห่งแดนตะวันดับ  รวมทั้งเผยความจริงแห่งกีระดาราอันโอฬาริก

“ดวงตะวัน” จะนำเรากลับไปยังแผ่นดินแสงดาวเมื่อกว่าสามพันปีก่อนอีกครั้ง  ในวันที่กำแพงหินแห่งโมเนตาและอลันจาลุล่วง  ฝันและหวังของคนเถื่อน กาย กานาเมซ เดินไปเกินครึ่งทาง  แผ่นดินแสงดาวว่างเว้นจากศึกสงครามนานนักแล้ว

...ทว่า ทะเลไม่เคยไร้คลื่นลม  เช่นเดียวกับศึกในหัวใจผู้คนที่ปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา หลังจากครีราโมส์ล่มสลาย อลาสยังคงไร้ซึ่งกีระดารา  ทั้งในโมงยามที่ปราศจากฟากฟ้าสีน้ำเงินแห่งครีราโมส์ คลุมครอบ แผ่นดินก็ดูรานร้าวพร้อมปริแยก ทุกคนต่างดิ้นรนเอาตัวรอด ไม่มีใครหรือสิ่งใดที่จะหลอมรวมดวงใจของผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียว  เวลาเช่นนี้เองที่เปิดโอกาสให้ใครบางคนแอบอ้างอำนาจมืดของ+++ตูร์ กดข่มผู้คนไว้ภายใต้ความหวาดกลัว คนเล็กคนน้อยในแผ่นดินต่างต้องสยบยอมต่ออำนาจเถื่อน นี่ย่อมไม่ใช่แผ่นดินแสงดาวอย่างที่ กาย กานาเมซ อยากเห็น

ทว่าในคืนวันที่มืดมิดนี้ ...ใครเล่าที่จะสืบทอดรักและหวังของคนเถื่อนแห่งแดนตะวันฉาย

ใครกันที่จะคืนสู่อลาส กลับมากอบกู้บัลลังก์ครีราโมส์  และรวมหัวใจทุกดวงบนแผ่นดินแสงดาวได้อีกครั้ง ?

 

วันดีๆ

ชายหนุ่มจากต่างแดน ชื่อ “อินทัต” เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองในวาระโอกาสสำคัญยิ่งของคนไทย นั่นคือ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี   โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า แท้จริงแล้ว อินทัตเป็นใครกันแน่   รวมทั้งหญิงสาวชาวไทยที่เขาจ้างให้เป็นเลซองประจำตัวเขา ที่ชื่อ วันใหม่ ด้วย
 
วันใหม่พาหนุ่มต่างชาติเข้าร่วมชื่นชมและเฉลิมฉลองในวาระอันสำคัญและงดงามนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเมื่อวันที่  9 มิถุนายน 

การจุดพลุกลางลำน้ำเจ้าพระยา  กระบวนเรือพระราชพิธีอันงดงามตระการตา สีสันอันงดงามของดวงไฟและซุ้มเฉลิมพระเกียรติบนถนนราชดำเนิน ฯลฯ 
 
ทั้งสองไม่รู้เลยสักนิดว่า มีคนเฝ้าติดตามและปองร้ายเขาอยู่ 
จนกระทั่ง...เกิดเหตุร้าย  วันใหม่จำเป็นต้องพาอินทัตไปหลบซ่อนตัวที่บ้านริมคลองของหล่อน   และที่นั่นเอง  ความรักความผูกพันระหว่างชายหนุ่มต่าง

ชาติกับเลซองสาวได้ก่อตัวขึ้น  แม้จะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาแสนสั้น  ก่อนที่วันใหม่จะรู้ความจริงว่าเขาและหล่อน...ห่างไกลกันเหลือเกิน เพราะแท้จริงแล้ว อินทัต คือ ....

ติดตามเรื่องราวของเขาและเธอได้ใน “วันดีๆ”

 

 

ขอชื่นชมคุณดวงตะวัน ที่ร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่าง น่าอ่าน ผูกพันธ์ น่ารัก และน่าติดตาม ได้ข่าวว่า เล่มถัดไปเอลันตรา ใกล้ออกแล้ว ดีใจจังจะได้อ่านสักที ฉันสะสมนิยายของดวงตะวันทุกเล่มเลย

 

              

 

บอกรักกับดาว : แพร วรกานต์

ฟ้าจะมืดจะมน...ลมจะแปรจะปรวน
ใจไม่เรไม่รวนไม่เคยหลงทาง....
เพราะใจมีดาวหนึ่งดวง ส่องมืดมนให้เจือจาง
ไม่อ้างว้างไม่หวั่นไหว.....

คนหนึ่งคนตรงนี้ ....ใจหนึ่งใจดวงนี้
ไม่มีที่เก็บไว้ ได้แต่วุ่นวาย
เพราะไปหลงรักเจ้าดาว....เกิดเรื่องราวจนร้อนใจ
อยากบอกรักกับดาว....

ฝากรักไว้หน่อยได้ไหม....นานเท่าไหร่ยังไม่รู้
แต่รักมันห้ามไม่อยู่ตอนนี้ ...
ฝากรักไว้หน่อยเถอะนะ...ฝากกับดาวที่แสนดี
รักจะได้ไม่มีวันจาง. ...

แค่หนึ่งคนตรงนี้....แค่หนึ่งใจดวงนี้
ช่วยเก็บไว้ให้ทีที่ในแสงดาว....
ให้อุ่นไอได้พักพิง...ให้หัวใจไม่ว่างเปล่า
ได้บอกรักกับดาว ....
(ได้บอกรัก...ทุกคืน)

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic