Happy Birthday

 

"ของขวัญที่สำคัญที่สุดของคุณคืออะไร? สำหรับเขา…คือ…เธอ"

เรื่องราวความรักของชายหนุ่ม "เต็น" และหญิงสาว "เภา" ที่บุพเพนำพาให้ทั้งสองมาพบรักกัน โดยมีหนังสือท่องเที่ยวเป็นสื่อกลาง หนังสือเล่มที่เต็มไปด้วยข้อความที่ถูกเขียนส่งต่อให้กันและกัน  โดยที่ทั้งสองยังไม่เคยพบหน้ากัน

จนเมื่อได้พบกันโดยบังเอิญ ความคุ้นเคยและสนิทสนมที่เคยผ่านตัวหนังสือมาแล้ว ก่อเกิดขึ้นกลายเป็นความรัก พร้อมถ้อยคำมั่นสัญญาว่าพวกเขาจะไม่ทอดทิ้งกันตราบนิรันดร์………….

 

เรื่องย่อ Happy Birthday สัญญาน่ะว่าจะดูแลกัน...ตลอดไป

... หนังรัก ในแบบ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง...
...ของขวัญจากคนมือบอน 2 คน กับความรักในแบบของพวกเขา...


เรื่องราวความรักของชายหนุ่ม "เต็น" (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) และหญิงสาว "เภา" (ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ)
 ที่บุพเพสันนิวาสชักนำให้พวกเขาได้มารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ ในหนังสือท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยข้อความที่ถูกเขียนส่งต่อให้กัน
และกัน โดยที่พวกเขาไม่เคยแม้แต่พบหน้ากัน...

แต่มันกลายเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนมือบอน 2 คนได้มาพบและรู้จักกัน "จีบได้เปล่า?... คิดจะจีบ ดีพอแล้วเหรอ "
คำถามที่ "เภา" ทิ้งไว้ให้ "เต็น" ในระหว่างที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังคืบหน้าไปอย่างช้า ๆ
กระทั่งถึงวันครบรอบวันเกิดของ "เต็น"


"เภา" ได้เดินทางนำของขวัญวันเกิดมามอบให้แก่ "เต็น"ทว่าของขวัญชิ้นนั้นกลับไปไม่ถึงมือของ "เต็น"
 มีเพียงข้อความที่ "เภา" เขียนทิ้งไว้ในการ์ดอวยพรวันเกิดให้กับ "เต็น" ว่า " สัญญานะว่าจะดูแลกันตลอดไป ..."
...และนี่คือจุดเริ่มของการพิสูจน์คำสัญญาที่ "เต็น" มีต่อ "เภา"

 

หลังจากประทับใจหนังจากเรื่อง me myself ฉันสัญญากับตัวเองว่า หนังเรื่อง happy birthday จะต้องไปดูให้จงได้

 

เมื่อดูจบแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆ พร้อมกับความประทับใจมากมาย และ ปวดไมเกรนนิดๆ เพราะร้องไห้ กับ คำถามมากมายที่ตอบไม่ได้ลอยอยู่เต็มหัว

 

คำแรกที่เดินออกจากโรงหนัง บอกกับคนข้างๆว่า ถ้าฉันเป็นอะไรไป เธอไม่ต้องยื้อฉันไว้นะ ฉันไม่อยากเป็นผัก เธออย่าทรมานฉัน ถ้าเธอไม่ยอม ฉันจะไปหาทนายยื่นความจำนงไว้ อย่ายื้อฉันไว้ด้วยรักของเธอ

 

 คำถามลอยมาอีกแล้ว

 

ว่า สัญญาน่ะว่าจะดูแลกัน...ตลอดไป

ตลอดไป นั้นแค่ไหน

ชอบที่คุณพงพัฒน์ให้สัมภาษณ์ถึงแรงบันดาลใจที่ทำ Happy Birthday

กลับมาคราวนี้ เขากลับมาพร้อมกับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ เป็นแนวความรัก แต่มีความต่างจากความรักครั้งก่อน
 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นการนำวัตถุดิบความรักจากคนทั้งโลกมาประมวลจนเป็นบทภาพยนตร์เรื่อง
 Happy Birthday เรื่องนี้

มีการพูดคุยกับคงเดชมา 6 ครั้งก่อนได้บทเรื่องนี้มา เรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริงของคนทั้งโลก มันเป็นเรื่องจริง เป็นความรักที่เกิดในซอกหลืบเล็ก ๆ ในสังคมบ้านเราที่มีเยอะมาก อย่างคนในวงการบันเทิง สิ่งที่เราพบเห็นอยู่ และยังมีการพูดถึงกันอยู่ทุกวันนี้ ก็คือ คุณอโนเชาว์ ยอดบุตร กับคุณแม่, บิ๊ก D2B กับคุณพ่อ, พี่ดี๋ กับ ครอบครัว, ป้าศรีกับลุงบุญแม้น, ป้าต้อยกับยายติ่ง อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ซึ่งเค้าดูแล สังคมตรงนี้มันมีเยอะมาก แล้วถ้าเราเจาะลึกจริงๆ แล้วมันก็เยอะมากๆๆๆๆๆๆ แต่เราไม่ไปสนใจเค้า แต่ว่าสิ่งที่มันเกิดจากการกระทำของคนพวกนี้มันมีพลังงานมหาศาล พลังงานที่เรียกว่า พลังงานความรัก ที่มันมหาศาลมาก

คน ๆ หนึ่ง ที่ไม่มีสภาพที่จะดูแลตัวเองได้ เค้ามีชีวิตอยู่ได้ด้วยอะไร อะไรหล่อเลี้ยงเค้า มันก็คือความรักของคน ๆ นี้ (ทำมือประกอบ) ถ้าไม่มีความรักของคน ๆ นี้ (มือซ้าย) คนนี้ (มองไปที่มือขวา) คงตายไปแล้ว มือที่ถือช้อนตักใส่ปากเนี่ย ถามว่าถ้าคุณไม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และต้องเป็นความรักที่มากกว่าหนุ่มสาวทั่ว ๆ ไป ความรักของคนที่มันยังเดินเหินกันได้ มากกว่ามหาศาล เพราะว่ามันแบกข้าวไว้ช้อนครึ่ง มันแบกมากี่สิบปีแล้วครับ มันไม่เบื่อเหรอ ยัดใส่ปากก็บ้วนทิ้ง ต้องเช็ดอีก ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่ต้องทำอย่างนี้ทุกวัน ถ้าคุณไม่มีพลังงานของความรักเยอะขนาดนั้น คุณอยู่ไม่ได้ แต่จะไม่บอกว่ามันเป็นรักแท้ แต่จะบอกว่าคน ๆ นี้อยู่ได้ด้วยพลังงานความรัก เพราะฉะนั้นพลังงานตรงนี้มันจะแตกต่างจากพลังงานความรักของคนในสังคมปัจจุบัน ตรงที่ว่าสังคมปัจจุบัน เมื่อหมดรัก เค้ายังมีชีวิตอยู่กันได้ แต่ตรงนั้นเมื่อหมดรัก คน ๆ หนึ่ง มันอยู่ไม่ได้ มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเยอะมาก แต่คนไม่สนใจ แต่ผมมองว่าพลังงานความรักของคนพวกนี้เยอะมาก ๆ แล้วก็โคตรรักกันเลย จากนั้นก็เลยจับมาปรับเป็นความรักของหนุ่มสาว ซึ่งเป็นแค่แฟนกัน ไม่ใช่สามีภรรยา เอาให้สุดโต่งเลย สำหรับหนังเรื่อง Happy Birthday 

 

 พอได้อ่านคำสัมภาษณ์ รู้สึกถึงพลังมหาศาลของความรักดังว่าจริงๆ ถึงแม้ว่า ฉันจะสงสัยว่า เต็น บ้าหรือเปล่าที่ยื้อเพา เอาไว้ขนาดนี้ แต่ ถ้าฉันไม่สามารถทำ และ ทุ่มเทคนแบบเต็นได้ ก็ไม่ควรไปสงสัยความรักของคนอื่น

 

ขนาดความรักคืออะไร ฉันยังตอบเต็มปากไม่ได้ ได้แต่ ลอกๆคำที่สวยหรู ที่พูดๆกันมาก่อนหน้านี้

ขอบคุณหนังเรื่องนี้ที่ทำให้  ฉันสามารถมองเห็นความรักที่เป็นรูปธรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

คำถามต่อไป

 

"จีบได้เปล่า?... คิดจะจีบ ดีพอแล้วเหรอ "

 

ดีพอแค่ไหนถึงจะพอ คนที่น่าสงสารที่สุด คือเต็น ที่พยายามรักษาสัญญาในการดูแลความรัก และ ความหวังอันริบหรี่ ดีพอแค่ไหน เพราะ ค่าทางหัวใจไม่อาจวัดได้ทางสายตา

แต่จากการกระทำของเรื่อง อยากจะบอกว่า ดีเกินพอ

ค่าของความรักที่วัดได้ที่ฉันประทับใจ คือ เหตุการณ์ในศาลที่ทนายถามว่า

เพราะอะไรถึงต้องการเพา

เต็นตอบได้แค่

ผมรักเพา ผมรักเพา ผมรักเพา

 

hope คือ บาป คือ บาปอย่างหนึ่ง ความหวังที่เกินพอดี ถือเป็นบาป

ดังที่ แม่ชีศันสนีย์ว่า ความรักที่อยู่เหนือเงื่อนไขของความเห็นแก่ตัวจะทำให้รักนั้นเติบโต

 

รักมากแค่ไหนถึงพอ ยอมปล่อยคนรักไปโดยทิ้งความหวัง ทรมานเธอมากเกินไปหรือเปล่า หรือ สร้างโลกอีกมิติ เก็บกักความรักและร่างคนรักของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าร่างนั้นทรมานหรือไม่

 

ปวดหัว

 

จริงๆ เรื่อง happy birthday ชอบครึ่งแรกที่เต็นกับเพา รักกันมาก ทุก shot สามารถนำมาทำเป็น โปสการ์ดได้เลย ปางอุ๊งอันแสนสงบของฉันมีบทเด่นในเรื่องนี้ด้วย คิดถึงปางอุ๊ง คิดถึงแม่ฮ่องสอน 

และ ความรัก คำพูด การแสดง ของทั้งคู่ก็เป็น ธรรมชาติ บทก็พอดี ไม่หวานยัดเยียด ชอบตอนที่นางเอกทำเป็นปากเก่งเวลาที่พระเอกมองตาเยิ้ม แต่ขาน่ะบิดเป็นเกลียวเชียว แอบเขินนะ เรารู้ อยากให้ทำหนังรักประมาณนี้มาให้ดู ที่สำคัญ อนันดา หล่อมากเลยน่ะสิ

 

มาเฉลยว่า ตอนจบมาดูใคร อิอิ

 

 

 

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic