สี่พันดอน

สี่พันดอน


กลับมาเขียนไดเรื่องลาววันที่สองนะ วันนี้ประทับใจสุดๆ

เริ่มจากตอนเช้า นาฬิกาปลุกแบบสั่น ข้าพเจ้าไม่ตื่น แหม่มบอกว่า หกโมงแล้ว

เท่านั้นแหล่ะ ตาลีตาเหลือก ล้างหน้า แปรงฟัน ทำหัวจุก กางเกงเล เสื้อยืดที่เป็นชุดนอนใช้ได้

วิ่งไปหน้าโรงแรม พระมายังเนี่ย มองไปมองมาเจอคุณป้าฝั่งตรงข้ามรออยู่ค่อยอุ่นใจ แต่ก็เดินข้ามถนนไปถามนะ ว่ามาฝั่งไหน ก็ได้รับการยืนยันว่า ฝั่งหน้าโรงแรม

 


 

พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สวยเชียว วิ่งไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ ไม่ได้ใส่เบตมา รีบหยิบมาแต่กล้อง


สักพักใหญ่ เสียงระฆังจากวัดดัง คนออกจากบ้านมารอริมถนน ก็เค้ายังไม่ออกมาเพราะรอเสียงระฆังบอกสัญญาณจากวัดนี่เอง


เราเคยไปตักบาตรข้าวเหนียวเป็นร้อยองค์ที่หลวงพระบาง เจอไม่ถึงยี่สิบอย่างที่ปากเซเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่


แต่ก็เป็นคนชอบตักบาตรมากๆ ไปไหนก็หาโอกาสตักบาตรอยู่แล้ว นี่ใกล้วันเกิดด้วย


คนลาวเค้าจะคุกเข่าตักบาตร แล้าเอาน้ำวางไว้บนโต๊ะหลังจากตักเสร็จแล้ว พระท่านก็สวดมนต์แล้วเอาน้ำราดพื้น

 

จริงๆเค้าจะตักแต่ข้วเหนียว ส่วนอาหารอื่นๆจะนำไปที่วัด นี่เราทำบุญด้วยเค้กถือว่าผิดระเบียบ แต่เราเป็นคนต่างเมืองถือว่าหยวนๆแล้วกันนะ

สบายใจได้ทำบุญ กลับมาที่ห้อง พระอาทิตย์ขึ้นกับสายหมอกที่ระเบียง สวยมาก

 

 

 

 


ถ่ายรูปวิวกันอย่างประทับใจ ปลุกพี่กุ้งให้มาดูกัน

 

มุมสะพานหน้าห้องยามเช้า

 

 

เมืองจำปาสักจากที่พัก

 

 

สายหมอกสวยยามเช้า

 


 

หิวแล้วไปทานอาหารเช้าดีกว่า

วันนี้แขกน้อยเลยเป็นอาหารเช้าตามสั่ง

ไข่กะทะ ที่นี่ อร่อยมาก ทอดไข่เป็นยางมะตูมเลย ทานกับ ขนมปังฝรั่งเศส บาเกตต์ กับเนย ชอบมาก

 

 

 

 

 

เราเลือกนั่งริมแม่น้ำซีโดน วันนี้อากาศเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อน


แปดโมงกว่าคุณสมพรมารับแล้ว ไปตลุย สี่พันดอนกันดีกว่า ระยะทางจากปากเซประมาณ 175 กิโล นั่งรถสองชั่วโมง

ฉันนั่งหลับไปชั่วโมงครึ่ง ไม่รู้เป็นอะไร ชอบหลับบนยานพาหนะ

ส่วนแหม่มกิน lay ไปตลอดทาง ตามสโลแกน ไม่หิวแต่กินได้เรื่อยๆ น่ากลัวมาก


เรามาถึงท่าเรือนากะสัง เพื่อที่ต่อเรือไปดูน้ำตกหลี่ผี ที่นี่เราพบคุณสมจิตรออยู่พร้อมฝรั่งสองคน วันนี้คุณสมจิตจะไปกับเราด้วยพร้อมกับถามเราว่า จะไป join trip กับฝรั่งสองคนนี้ไหม ซึ่งก็จะได้หารถูกลง แถมยังได้ไปมากว่าดูหลี่ผี คอนพะเพ็ง เพราะจะไปดูปลาข่า หรือ โลมาอิระวดีด้วย เราก็เลยตกลง แถมคุณสมจิตตามไปเป็นไกด์ แล้วให้คุณสมพรไปรอรับที่เวินคาม


ฉันก็ดูหน้าฝรั่งลุกป้าทั้งสอง ดูหยิ่งๆแฮะ เลยไปถามว่า ยินดีที่จะให้เราไปร่วมด้วยหรือเปล่า คุณลุง ok แต่ทำไมดูเชิดๆ มาตอนหลังเลยรู้ว่าเป็นคนฝรั่งเศส พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ คนฝรั่งเศสเห็นทีแรกเค้าจะเริดๆ เชิดๆ อย่างนี้แหล่ะ แต่จริงๆแล้วดีไม่มีอะไร แต่พอไปด้วยกันนานๆ พูดไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส กันไม่หยุดเลย

....ใช่ไหมแหม่ม แกเป็นเพื่อนซี้ป้ากับลุงนี่นา


Advanture Tour by Mr Somjit เริ่มแล้ว

 


เราขึ้นเรือหางยาวเหมือนหาดทรายมีเพิงเป็นที่เก็บเงินคนละ 20 บาท   ที่เรือหางยาวมีหลังคาแต่ไม่มีชูชีพ ถ้าจะเอาต้องบอกที่เพิงขายตั๋วเค้าก็จะหยิบมาให้ ก็ดูตลกอยู่ ฝรั่ง ลาว ไม่มีใครใส่ แต่เราใส่ ก็ว่ายน้ำไม่แข็งนี่นา


คุณสมจิต บอกคนเรือให้พาพวกเราไปขึ้นที่ดอนเด็ด หนึ่งในเกาะที่เป็นที่นิยม และแสนสงบ เห็นพระอาทิตย์ตกสวยมากแถมมี guest house ขึ้น นับเป็น utopia ใหม่ของฝรั่งเบกเป้เลยทีเดียว

 

 

คำว่าดอน  คำว่าดอนในความหมายนี้แปลว่าเกาะ จากแม่น้ำโขงสายใหญ่ได้ไหลผ่านเกาะแก่งน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก เกาะขนาดใหญ่ก็มีชื่อเรียกต่างกัน เป็นชุมชนเล็กบ้างใหญ่บ้างในบรรดาเกาะแก่งที่รวมๆกันจนมีฉายาว่า สีทันดร หรือสี่พันดอนนี้ ยังรวมไปถึงพื้นที่ของน้ำตกหลี่ผี และน้ำตกคอนพะเพ็ง ที่ได้รับฉายาว่า ไนแองการาแห่งเอเชีย นับว่าเป็นอาณาจักรเกาะแก่ง
ที่ใหญ่โตที่สุดของลำน้ำโขง

 


พอเรือออกเรารับรู้ได้ทันทีถึงความบริสุทธิ์ของสายน้ำนี้ แม่น้ำสายกว้าง ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม่ใหญ่สมบูรณ์แผ่กิ่งก้าน เรือล่องมานาน แต่วิวที่เห็นก็ยังความเป็นธรรมชาติได้ตลอดทาง

 

 

ต้นไม่ใหญ่แนวนี้แผ่กิ่งก้านสวยงามมีอยู่เยอะมาก

 

 

 

เราเลี้ยวเข้ามาจอดที่ ดอนเด็ด ลงมา เจอเมืองฝรั่ง เต็มไปหมด เราเดินเข้าไปดูที่พักที่ดอนเด็ด เพราะคุณลุงคุณป้า
อยากมานอนที่นี่

 

 

 

 

guest house ที่นี่อยู่ริมแม่น้ำ มีเปลยวนดูสายน้ำแสนสงบ แต่ส่วนใหญ่เป็นห้องน้ำแยก อาบน้ำคิดราคาเป็นกิโล

 

 

ด้านหลัง guest house แรกที่เห็น

 

 

ร้านอาหาร panda cafe

 

 

 

เมนูเลือกได้แต่ไม่มีภาษาลาว เพราะ ไทย ลาว พูดกันรู้เรื่อง

 

 

 

วิวจากดอนเด็ด นี่เป็นมุมให้นั่งพัก สวยสุดใจ

 

 

เรือนพักแสงจันทร์ ที่ที่เราปิ๊ง อยากมานอน ชื่อก็โรแมนติก

 

 

ระเบียงส่วนตัว

 

 

เปลญวนนอนน่าสบาย

 

 

 

ดอกไม้สวยๆกับฟ้าใสๆ

 

 

 

มีกลิ่นกัญชาลอยมาไกลๆ มีร้านอาหาร ดูพระอาทิตย์ตก มีร้านที่ทำเบเกอรี่สดใหม่

 

 

 

ยังคงชอบต้นไม้แบบนี้ ก้ามปูหรือเปล่า

 

 

 

เราเดินได้สักพักใหญ่ก็เจอจุดจอดรถ แบบคล้ายๆอีแต๋นบ้านเรา หรือรถอะไรไม่รู้ที่อึดวิ่งบนถนนลูกรังได้สบาย

 

 

 

เราจะขึ้นรถไปหลี่ผี โดยนั่งจากดอนคอนไปดอนเด็ด ข้างทางเป็นทุ่งนา เสียดายถ้ามาหน้าฝนจะได้เห็นทุ่งนาเขียวๆคงสดชื่น
มากขึ้น บรรยากาศคงคล้อยๆปายเลยทีเดียว

 

 


และสะพานข้ามคลอง ที่แยกระหว่าง ดอนเด็ด กับ ดอนคอน ที่ริมฝั่ง ดอนเด็ด มีเฮือนพักสันติภาพ ดูน่านอน ที่นี่ สาวๆญี่ปุ่นนิยมมาพัก

 

 

 

 

รูปนี้ถึงเบลอก็จะลง มองไกลๆแพด้านขวาคือ ศาลาแพ

 

 

 

ร้านอาหารฝั่งดอนโขง

 

 

 

หัวจักรรถไฟสมัยฝรั่งเศสมา

 

 

 

 อีกฝั่ง มองไกลๆด้านซ้ายเป็นเพที่ฉันอยากมานอน ชื่อ ศาลาแพ คุณสมจิต บอก the best แต่ราคาประมาณ 35 usd  ในขนาดของคนอื่นไม่กี่ร้อยเอง

เราข้ามสะพานมาเป็นดอนคอนที่เป็นที่ตั้ง หลี่ผี ความจริงจากดอนเด็ดจะขี่จักรยายมาก็ได้ ระยะทางประมาณ 3-4 กิโล
แต่นั่งรถโยกเยก หลบใบไม้ ก็สนุกดีไปอีกแบบ


ยังไม่ถึงหลี่ผีเลยเมื่อยแล้ว วันหน้าค่อยมาเขียนละกัน

 

 

                   

สายน้ำน้ำไหลล่องลอย
สายลม ลมโชยโบยลิ่ว
สายฝน ฝนหล่นล้นปลิว
ปลิวกระจายเปียกกายเปียกใจ

สายน้ำ น้ำไหลแห้งโหย
สายลมลมโชยอ่อนแรง
สายฝน ฝนร้อนลมแล้ง
ฝนแห้ง แห้งกายยังเปียกใจ

ฝากสายน้ำไหล ถึงเธอ
ฝากลมบอกเธอ ฉันเหงา
ฝากฝนให้หล่นลง เบาเบา
ฝากรักแนบเนาว์ ข้างกายและใจ

สายน้ำ สายลมคือรัก
ด้วยรัก ฝากไปพร้อมฝน
ฝากไว้ เคียงข้างใจคน
ฝากรัก ฉ่ำล้นชื่นใจ

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic