มุ่งสู่วังน้ำเขียว

 

วังน้ำเขียว

tripที่แล้วตามใจพี่กุ้งไปจำปาสัก

ชีพจรลงเท้าอีกแล้ว tripนี้ตามใจเจ้คนสวย กับพี่ต่ายที่บินมาจากเชียงใหม่

เราจะไปวังน้ำเขียวกัน


เจ้อยากไปมากมายพูดถึงวังน้ำเขียวมาเป็นปี แกเป็นคนรักสุขภาพสุด และ อยากไปสูดโอโซนให้เต็มปอด


หกโมงเช้านัดกันที่ร้าน mezzo ปั้มหน้าบ้านเจ้ ทานกาแฟรอกับพี่ต่าย เจ้ก็ยังไม่มา


หกโมงจะครึ่ง เจ้มาหน้าตาตื่น ได้ความว่า รถกะบะไตรตั้นที่เอามา แกขับไม่ถนัด แต่จะเอารถแกไปวังน้ำเขียวก็คงจะไม่ไหว งานนี้ เราก็เลยเอากะบะไปเทน

ช่วงแรกเครียดเล็กน้อยลุ้นเจ้ขับรถกันตัวโก่ง


สักพักเข้าที่ เราขึ้นทางด่วนดินแดนไปทางสุวรรณภูมิ


กรุงเทพหมอกหนามาก ข้างทางเต็มไปด้วยหมอก สวยเชียว


เราขับรถตามพระอาทิตย์ไปเรื่อยๆมุ่งสู่วังน้ำเขียว ทางไปง้ายง่าย พอเลยสุวรรณภูมิออกทางด่วนที่เขียนว่าฉะเชิงเทราด้านซ้ายก็ขับรถตรงงงงงงงงงงงงง ไปวังน้ำเขียวแบบไม่ต้องเลี้ยวให้งง พุ่งไปตามทางหลวง 304 เลย

 


 

จุดสังเกตุว่าใกล้ถึงก็คือ แยกกบินทร์บุรี เราก็ยังพุ่งไปตามป้ายปักธงชัย แต่จะถึงวังน้ำเขียวก่อน ระยะทาง 260 กม เท่านั้นเอง

ทางที่จะใกล้ถึงมีขับผ่านอุทยานเขาใหญ่ระยะหนึ่ง ห้ากม ทางขึ้นชันเล็กน้อย ถนนขรุขระ แซงลำบาก แต่ทิวทัศน์ก็สวยงาม มีป้ายดงงูเห่า กับดงเสือ ก็เลยบอกเจ้ว่า ถ้ารถตายแถวนี้ จะเลือกดงไหนกันดี


ต้นไม้ ภูเขา ข้างทางทำเอาคนกรุงเทพอย่างฉันกิ๊บกิ๊ว สาวเชียงใหม่อย่างพี่ต่ายก็เนียนๆทำตามบ้างเล็กน้อย ก็ทางเหนือบ้านแกสวยใช่ย่อยน่ะสิ ว่าแล้วฏ้อยากไปเชียงใหม่อีกแล้ว


แถววังน้ำเขียวปั้มน้ำมันดีดีหายากมากควรเติมแถวกบินทร์ก่อนมาถึง มีปั้มชาวบ้านสองปั้ม แต่ก็บริการดีไม่มีปัญหาอะไร


ออกจากปั้มมองซ้ายมือจะผ่านร้านคุณต๋อย จุดพักรถกระท่อมหิน เป็นร้านเล็กๆหล่ะนะ แต่เราชิดขวาเตรียม u-turn กลับ ตรงu-turn เลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆ เพราะ เราหิวข้าว ไปทานข้าวเช้าที่ village farm อันโด่งดังของที่นี่ดีกว่า


เข้าไปได้สักระยะ ผ่านบึงบัวสวยสีชมพู

 

 

 

วิวภูเขาข้างหน้า

 

 

 ก็มาถึง farm ที่มีแปลงต้นองุ่นอยู่ข้างหน้า แต่ก็ยังไม่ออกผล

 ด้านร้านอาหารเค้าทำเป็นไม้ดูเก่าๆ ตกแต่งแบบเรียบๆแต่ก็ดูดีแบบร้างๆ แต่ตอนที่ไปถึงลมเย็น ก็เลยทานข้าวเช้าริมไร่องุ่น

 

 

เรารู้มาว่าที่นี่อบขนมปังเองเลยอยากมาทานชุดอาหารเช้า แต่ บริกร ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฝึกคนไม่ดีน่าเสียดาย ความประทับใจเลยลดลงไปหน่อย เราก็เลยทานข้าวแทน

 

เจ้ไปซื้อน้ำองุ่นที่นี่มาทานเพราะเค้ามีขายไวน์ กับน้ำองุ่น น้ำองุ่นหวานจัดมาก

 

 

เราสั่งเห็ดหอมแซลมอนผัดกระเพา ไข่เจียวเต้าหู้สมุนไพรทอดกรอบ น้ำพริกกับผักปลอดสารพิษ อาหารที่นี่อร่อยดี กินอะไรอร่อยๆ อารมณ์ก็ดีขึ้นมาทันตาเห็น

 

 

 

 

 

 

 

 


ความจริงที่นี่มีที่พักแต่ไม่ได้เข้าไป ดูรูปแทน ห้องก็ดูเป็นฟาร์มแบบฝรั่ง น่าอยู่ทีเดียว แต่เรากลัวว่าจะเก่าแล้วหรือเปล่า เพราะบรรยากาศร้านอาหารดูร้างๆยังไงไม่รู้ สงสัยไม่ใช่แนวเรา

แต่ก็เดินเล่นดูของขายเล็กน้อย

น้ำองุ่น

 

 

จุกไวน์

 

 

ไปนอนบ้านไร่ธรรมดาๆนั่นแหล่ะดีแล้ว ก็จะไปสูดโอโซนนี่นา   ก็เลยไปที่บ้านไร่โอโซนกันดีกว่า


ออกจาก village farm แล้วเลี้ยวซ้าย เห็นร้านกาแฟ coffee hut ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยนี้ได้เลย เราแวะซื้อเสบียงร้านดีมิกมาร์ท

ซื้อน้ำขวดใหญ่ หกขวด 75 บาท เดินข้ามถนนเค้าขายน้ำขวดละ 20 บาท น้ำเหมือนกันแค่เดินข้ามถนนราคาต่างกันได้ซะขนาดนี้

 

 

ตรงนี้มีขายของตรึม มีพุทรานมสด ราคาโลละ 80 เท่ากันทุกร้าน ช่วงนี้เป็นผลไม้สุดโปรดของฉัน พุทรานมสด ยิ่งลูกเล็กยิ่งหวาน ทานบ่อยจนชำนาญ และพุทรานมสดที่วังน้ำเขียวสุดยอดที่สุด ก็เลยซื้อมาทานเล่นๆ สองโล วิธีปลูกพุทรานมสดลำบากพอควร พันธ์เป็นของไต้หวัน ปุ๋ยที่ใช้มีส่วนผสมของนมสด กับเกล็ดน้ำตาล และทุกลูกต้องใช้ถุงพลาสติกคลุมกันแมลง เพราะพุทราไทยรุ่นเก่าๆทานแล้วจะมีแมลง หนอน อยู่ในลูก ก็เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนั้น มีผักปลอดสารพิษ เห็ดหอม เดินไปจนสุด มีร้านขนมจีนแม่ประภาศรีเจ้าดัง แต่เราไม่ได้ทานหรอก


เพราะเจอร้านกาแฟ ขายเค้ก ก็เลยต้องแวะร้านอยู่ข้างๆ coffee hut

ชื่อ miss andrea

 

 

 

 

 

ร้านทำน่ารัก เค้กขนมก็น่าทาน แต่ราคาก็แพงใช่ย่อย กาแฟเย็นพี่ต่ายลงทานแต่แกไม่ค่อยชอบ ส่วนฉันซื้อเค้กไวท์ชอคมาทานเป็นอาหารเช้าพรุ่งนี้ ก็อร่อยใช้ได้ทีเดียวแหล่ะ ที่ชอบที่สุดของร้านนี้คือ มีกลิ่นดอกไม้หอมมากโชยมาตลอด ก็เลยเสาะหากัน ได้ความว่า เป็นดอกจากกล้วยไม้ช่อสวยพันธ์ช้างกระ ราคาต้นละเจ็ดพัน ที่มีอยู่ทั่วร้าน หอมสวยดีจริงๆ

 

 

ดอกไม้อื่นๆก็สวย

 

 

 

ของขายน่าทานแต่ราคาไมน่าซื้อก็เลยเฉยไว้

 

 

 

 


 

โอ้เอ้แวะกันไป จากปากทางไปบ้านไร่โอโซนระยะทาง 10 กม เราก็แค่ ขับตรงไปเรื่อยๆ จนไปถึงทางแยกซ้ายขวาที่มีป้าย

resort เป็นสิบๆ เราก็แยกขวา ขับผ่านฝายสุขสมบูรณ์ ก็วนไปทางซ้ายก็จะถึงบ้านไร่โอโซน

 

 

ไปถึงไม่มีคนอยู่เลย เค้าไปตลาดกัน ได้น้องคนหนึ่งมาช่วยเราเอากุญแจมาให้ ที่นี่เราแบบบ้านไม้ไทย ความประทับใจแรก ก็ดูธรรมดาอยู่หรอก ภูเขาที่ล้อมก็ไม่ได้ใกล้หรือใหญ่อะไร บึงน้ำข้างหน้าก็ธรรมดาปลูกบัวอยู่น้อยนิด แถมภูเขาข้างหน้า ดันไม่มีมีแต่ช่องว่างระหว่างภูเขา

หารู้ไม่ว่าช่องที่เราเห็นคือช่องลม

ความดีเด่นของบ้านไร่โอโซนคือช่องว่างของภูเขานั้นคือช่องลม และจากระเบียงที่เรารับ เรารับความสดชื่นของสายลมที่พัก

เข้ามาตลอดเวลาทั้งวัน สดชื่นสุดๆ ที่เค้าว่าวังน้ำเขียวเป็นแหล่งโอโซนอันดับเจ็ดของโลกเห็นท่าจะจริง

วิวจากในห้องผ่านระเบียง

 


 

เจ้ชอบมาก เรานั่งอ่านหนังสือรับโอโซนกันทั้งวัน happyๆๆ

พี่ต่ายสอนสูดรับโอโซน   แบบโยคะว่า ให้อุดจมูกข้างหนึ่งแล้วสูดอากาศเข้าไป แล้วอุดจมูก สูดออกอีกข้าง สลับไปมา เป็นการทำให้ภายในสะอาดจากอากาศบริสุทธิที่เราสูดเข้าไป


จะว่าไปเรื่องโอโซนนี่ก็เป็นที่ถกเถียงกันว่า ดีหรือไม่เพราะจริงๆแล้ว

โอโซน (Ozone หรือ O3) เป็นโมเลกุลที่ประกอบจากออกซิเจน 3 อะตอม ปรากฏอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกมีการนำโอโซนไปใช้งานในทางอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ตามบ้านทั่วไป มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน
เช่น นำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์ นำไปใช้เป็นสารซักฟอก ใช้ฆ่าแบคทีเรีย ฯลฯเค้าว่าโอโซนอยู่ชั้นผิวโลกจะดี แต่ อยู่ใกล้ผิวโลกมากๆจะทำอันตรายต่อปอด


วังน้ำเขียว ได้รับการกล่าวว่าเป็นสถานที่ที่มีโอโซนสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้ยังไม่มีการพิสูจน์แต่อย่างใด แต่สิ่งที่พอจะพิสูจน์ได้ก็คือ ที่สถานีวิจัยเขาสแกราช แหล่งสงวนชีวมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่ในอำเภอวังน้ำเขียว ได้พบเฟิร์นชนิดหนึ่งซึ่งจะขึ้นเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่มีโอโซนในระดับสูงเท่านั้น นี่จึงเป็นที่มาของคำกล่าวอ้างที่คนนำมาพูดกันเกี่ยวกับอากาศที่บริสุทธิ์ของวังน้ำเขียว

สูดโอโซนแล้วสดชื่นจริงหรือไม่  

        หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าว “สูดโอโซนแล้วทำให้สดชื่น”คำกล่าวนี้คงทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า โอโซน มีประโยชน์ซึ่งแท้จริงแล้วโอโซน ไม่ใช่อากาศที่มนุษย์เราใช้ในการหายใจเลย  โอโซนเป็นก๊าซไม่มีสีแต่มีกลิ่นเหม็นคาว ซึ่งเป็นพิษต่อระบบหายใจของสิ่งมีชีวิต  โอโซนมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยา จึงมักจะเกิดปฏิกิริยากับสารอื่นๆในสิ่งแวดล้อม  ความรู้สึกที่ว่าโอโซนดับกลิ่นทำให้ อากาศสดชื่นนั้น ความจริงเกิดจากการที่โอโซนเข้าทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของสารที่มีกลิ่นให้กลายเป็นอีกโมเลกุลซึ่งไม่มีกลิ่น ทำให้เรารู้สึกสดชื่นนั่นเองไม่ใช่เป็นเพราะโอโซนอย่างที่เราเข้าใจกันนั่นเอง

 

 

ยังไงก็ไม่รู้แต่โอโซนในความหมายของฉันก็หมายความว่า อากาศบริสุทธิ์ หายใจแล้วแสนสดชื่น มีพลัง ปลอดโปร่งมีความสุขละกัน


ก็จะว่าที่นี่อากาศไม่ดีเห็นจะไม่ได้ เพราะต้นไม้ออกดอกผลสมบูรณ์ไปทั่วดัวคำขวัญวังน้ำเขียวที่ว่า


"วังน้ำเขียว เมืองหนาว ภูเขามากมาย น้ำตกหลากหลาย ผลไม้นานาพันธุ์ แดนสวรรค์เมืองหมอก"

 

 


รู้สึกดีจริงๆด้วย สักพักสองสาวก็ไปเล่นโยคะที่สนามหญ้า ฉันอ่านนิยายที่เอามาตั้งหลายเล่ม


มาพักผ่อนมันต้องอย่างนี้หล่ะนะ แล้วก็ผลอยหลับกลางวันกันไป


ช่วงบ่ายแก่ไปไหนกันดี เล่นชิงช้าในที่พักกันก่อน แล้วไปทานอาหารที่ที่ฉันสงสัยจากการอ่าน net มากเลยว่า

 


ผมไปวังน้ำเขียว ด้วยเจตนาอื่น ไม่ใช่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะทางบ้านผมก็มีไม่ใช่ไปเที่ยว เพราะที่เที่ยวแถวบ้านผม ปากช่อง มีแยะกว่าอยู่แล้วแต่ไป เฉพาะตอนที่ไม่ค่อยมีคนไป เพื่อไป Jungle View ไปทำไม เพื่อไปแค่ Jungle View ก็ไปเพื่อซื้อเบียร์เยอรมนี ที่เขาไปเอามาจากพัทยา ราคาไม่แพง
กับไส้กรอก และอาหารในตู้เย็นข้างหลังร้านนั่นแหละครับและกินพิซซ่า อร่อยอร่อย สไตล์อิตาลี แป้งบางกรอบ เนยเป็นยางยืด อบในเตาอิฐ รสชาติร้ายกาจกับไปกินหรือหิ้วแกงเหลืองหน่อไม้ ที่ทำโดยคุณแม่ยายของคุณมาริโอ
เป็นชาวใต้ ทำอาหารใต้อร่อยมาก และที่ขึ้นชื่อ ก็คือแกงเหลืองนี่เอง


จากคุณ : xebec

 

 


ยังไงขอดั้นด้นไป jungle view สาวนักเรียนทุนเยอรมันอย่างฉันทนไม่ไหว

 

 แต่ก่อนไปเราแวะชมสวนเบญมาศสวนคุณวิภา ไปทางบ้านบุไทร ที่มีป้ายเยอะๆแต่เลี้ยวซ้ายเค้าตัดดอกไปบ้างเหลือดอกเล็กๆ

 

 

 

เป็นสวนเล็กๆกำลังพอดี ที่ประทับใจ พนักงานพูดจาดีมาก ให้คำแนะนำดีดีหลายอย่าง เค้าไม่คิดค่าเข้าชม เลยซื้อขนมเล็กน้อยเป็นสินน้ำใจ ข้าวแต๋นที่นี่กรอบ สด อร่อย

 

ออกมา เจอทางป้ายresort เยอะ เลี้ยวขวาไปทางบ้านไร่โอนโซน ก่อนถึงฝายสุขสมบูรณ์ เลี้ยวซ้ายไป jungle view

 


 

ที่นี่เป็นกระต๊อบน่ารัก ปลูกต้นไม้ดอกไม้เต็มเลยแถมมีที่พักราคาไม่แพงเป็นบ้านไม้ ล้อมไปด้วยต้นไม้สวนสวยๆ มีบึงน้ำอยู่ด้านล่าง

 

 


 

เสียดาย อับลมไปนิดเพราะอยู่ติดเขา

แต่ดอกไม้ใบไม้สวยน่าเดินหลงอยู่ในสวนที่นี่ซะนาน น้องหมาพันธ์โกลเด้นชื่อลาซานย่าที่มาเล่นด้วยก็น่ารัก

ดอกไม้สวยๆที่นี่

 

อาหารที่นี่ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


เราสามคน

ทาน

เสต๊กหมูจำชื่อไม่ได้ มีแป้งทอดกรอบกับน้ำเกรวี่แสนอร่อย

 


 

ไส้กรอกเยอรมันสามแบบ มันฝรั่งกับกระหล่ำดอง แบบเยอรมันแท้ๆ ทานกับมัสตาร์ด

 


สลัดjungle view หมูทอดชุบขนมปัง

 


ผักโขมอบชีส เค็มไปนิด
แกงหลือง อร่อยมากกกกกกก หน่อไม้สดอ่อน

 

 


อิ่ม และ อร่อย มากจริงๆสมคำร่ำลือ

 


 

ห้าโมงจะขึ้น เรารีบขึ้นไปที่ผาเก็บตะวัน ไปดูพระอาทิตย์ตก

 

 

 

ทางไปอยู่ไม่ไกลจากบ้านไร่โอโซนแทนที่จะเลี้ยวไปย้านไร่ ก็เลี้ยวขวาไปผาเก็บตะวัน ขับไปสักสิบกิโล ข้างทางเป็นภูเขา ทุ่งอ้อ และแสงอาทิตย์ก่อนตก สวย แต่ทางเป็นทางลูกรัง ฝุ่นกระจาย

 

 


 

ขับรถมาถึงผา เจอ พระอาทิตย์ดวงกลมโตแสนสวยสีส้มแดงรออยู่

 

 

 


 

 

 

 

 

ท้องฟ้าใส เราดื่มด่ำกับบรรยากาศจนอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาก็รีบขับรถกลับลงมาก่อนแสงจะหมด

 

นั่งรับลมที่บ้านไร่เช่นเดิม ตอนเย็นลมพัดมาเกือบหนาว เย็นสบาย

 

ดาวเต็มฟ้า

 


กลางคืนก็ไม่หนาวมากอย่างที่คิด ก็ช่วงที่แล้วกรุงเทพสุดหนาวก็หวังจะมาหนาวสุดๆที่นี่ กลับไม่หนาวเท่าที่คิด


คนขี้หนาวอย่างฉันเลยสบายใจ อากาศดีดี หลับสบาย

 

        

 

 

 

            
ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic