เรียนหนังสือ

 

 

วันนี้ไปเรียนหนังสือกับคุณ chris โดนถามกันว่าทำไมมาเรียน

 

ได้ความว่า มีคนบอกมาให้หัวเราะอย่างเดียว

 

แต่ คุณคริส ก็ serious กระตุ้นให้เราเรียนรู้เต็มที่ และ ใครไม่มีคำถามก็ยังไม่เข้าถึง การเรียนครั้งนี้ ก็เลยบอกจิ๊บว่า พรุ่งนี้จะถามสักหนึ่งคำถาม

 

ตอน class เลิก สามันถ่ายรูปกับคริสด้วย

 

ได้หัวเราะทั้งวันสมใจ ก็เลยคัดเรื่องเด็ดๆมาเขียน

 

ทำไมคนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษตลอดชีวิตโดยเฉพาะเรียนแกรมม่า ถึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ทำไมคนไทยถึงไม่แสดงออก ตอบคำถาม เวลาเรียน หรือในที่ประชุม

 

ฝรั่งมีคำพูดว่า

 

The real meeting room of thai people is ห้องน้ำ สำหรับผู้หญิง

                                                           is ตอนสูบบุหรี่ สำหรับผู้ชาย

 

ทำไมถึงไม่กล้า เพราะ

 

ข้อแรก verb to หมั่นไส้

วัฒนธรรมไทยไม่ชอบเห็นใครโดดเด่นกว่ากลุ่ม เช่น ถ้าเรียนหนังสือแล้วมีคนถามเยอะๆ คนอื่นๆก็จะหมั่นไส้ คนไทยก็กลัวที่จะ outstanding

ข้อสอง สำนักงานจับผิดภาษาอังกฤษแห่งประเทศไทย

สำนักงานนี้ ถ้าคุณพูดดีจะไม่โดนว่า ถ้าผิดสักเล็กน้อยถึงจะปรากฎตัวขึ้นมา ระวัง เค้าจะแอบอยู่ในทุกที่

คนไทยก็เลยงง พูดห่วยก็โดนด่า พูดดีก็ลาก+++กลับมาเพราะหาว่าเว่อร์

 

ค่านิยมทางการศึกษาของคนไทย

1.grade 2.ใบปริญญา 3.สถาบัน

ฝรั่ง the Knoelege เพื่อพัฒนาตัวเอง

จากสถิติ คนไทยปีหนึ่งอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด

และหนังสือที่อ่านคือ 1.การ์ตูน 2.ซุบซิบดารา 3.ข่าวหัวเขียว ฆ่ากันตาย

เรียนภาษาอังกฤษไปไม่ได้ใช้ เป็นคำพูดของคนมีกรรมเท่านั้น เพราะ ปัจจุบันเรารับวัฒนธรรมจากฝรั่ง รอบกายมีแต่คำภาษาอังกฤษ ยิ่ง internet ยิ่งเห็นได้ชัด

 

ความอาย ความกล้า คือ ความคิดของตัวคุณเองเท่านั้น

เรื่องคุณป้าคนหนึ่ง อยากพูดภาษาอังกฤษแต่อายที่จะพูด มาปรึกษาคุณคริส ทำยังไงก็ไม่กล้า ก็เลยล้มเลิกไป มีอยู่วัน คุณคริสรถติดที่หน้าโลตัส มองคนเต้นแอโรบิก มีป้าคนหนึ่งใส่ชุดรัดรูป สีปีกแมงทับ เต้นด้วยท่าทางโดดเด่ดสายตามาก คุณป้าที่ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษนั้นเอง

อะไรเป็นสิ่งที่ควรกล้า ควรอาย ของแต่ละคน

 

เรื่องที่สอง คุณแม่อยากให้ลูกมาพูดภาษาอังกฤษเลยให้มาสัมภาษณ์ ได้คำตอบแค่ ดี ชอบ ตอบเป็นคำๆ คุณคริสเลยแนะนำให้คุณแม่ฝึกให้คุณลูกหัดพูด คิด โต้ตอบภาษาไทยให้ได้ก่อนมาพูดภาษาอังกฤษ

 

ท่าทางที่คนไทยกับฝรั่งกับไทยไม่เข้าใจกัน

เช่น ฝรั่งสงสัยว่า ทำไมคนไทยถ่ายรูปต้องโชว์สองนิ้ว

They think they make a look cute

เสริมท่าแอ๋บแบ๋ว 1 กัดปากล่าง 2 กัดฟัน 3 ทำปากจู๋ จบด้วยสองนิ้ว

 

มีการพูดเรื่อง การเรียนภาษาอังกฤษกับ af ด้วยนะว่า คนที่ออกจากบ้านแต่ละ week จะทำท่าดีใจว่า ตรูไม่ต้องเรียนแล้ว แต่คนที่อยู่ในบ้านจะร้องไห้ เพราะต้องทนเรียนต่อไป

 

มีคำพูดที่ว่า

thai people know but dont show but farang show but dont know

 

when thai say yes sometime say no

but thai say no sometime say yes

แล้วฝรั่งจะรู้ยังไง

คริสเคยไม่ได้รูดซิบมาสอนหนังสือ ลูกศิษย์หัวเราะกัน ถามว่ามีอะไรก็ไม่มีใครบอก ตอบว่าไม่มี ไปประชุม คนก็หัวเราะ แต่ก็ ไม่บอก มาเข้าห้องน้ำถึงรู้

และ แก เคยพลาด ไปบอก big ท่านหนึ่ง ในที่ประชุมด้วยความหวังดีว่า มีขี้มูกติดจมูก ภายหลังโดนว่าว่า ทำให้ท่านเสียหน้าไปหักหน้าท่าน ฝรั่งงง

 

คนไทยเบื่อง่าย มาไวไปไว มีเพื่อนฝรั่งของคริส มาทุกปี ปีที่แล้ว ชอบอยู่สามอย่าง

1 โรตีบอย 2 ท่านจตุคาม 3 ผับเอสคูโด้

มีอีกปี all gone

 

 

การเรียนภาษาอังกฤษไม่มีเรียนลัด

ภาษาอังกฤษเหมือนเล่นกีฬา หรือ เล่น ดนตรี ที่ต้องใช้เวลา

 

กลัวไวยากรณ์

คำว่า tense ในภาษาอังกฤษแปลว่าเครียด เพราะฉะนั้น คนที่พูดภาษาอังกฤษได้ มี สาม แบบ

1 ไวยากรณ์ผิด ฝรั่งไม่เข้าใจ

2 ไวยากรณ์ ผิดบ้าง ถูกบ้าง ฝรั่งเข้าใจ

3 ถูกทั้งหมด คือ พวกเทพ คือ พวกฝรั่งเจ้าของภาษานั้นเอง

แต่ มี ไวยากรณ์ถูก แต่ ฝรั่งไม่เข้าใจ คือ คนไทยที่ ใส่สำเนียงที่คิดว่าเป็นฝรั่งลงไป

เวลาพูด ไม่ต้องสนใจแกรมม่า ใส่ศัพท์ไปก่อนสัก สามสี่คำ แล้วให้ฝรั่งเรียบเรียงเอง ก็คงสื่อสารกันได้หรอก

 

 

circle ของความเกรงใจของคนไทย

1 ครอบครัว เพื่อนสนิท คนไทยไม่เกรงใจ

2 สังคมส่วนตัวที่ต้องพึ่งพา เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน ที่โรงเรียน คนไทยเกรงใจ

3 The public ไม่มีความสำคัญกับชีวิต มีสองแบบ เกรงใจ และ ไม่เกรงใจ

ที่น่าสังเกตุ บนถนนคนไทยมีความเกรงใจกันน้อยมาก

 

คริสมีนักศึกษาคนหนึ่งมาปรึกษาบ่อยมาก ชอบพูดว่าเกรงใจ ตลอดเวลา มีอยู่วัน คริสขับรถรอคิวออกจากมหาวิทยาลัย มีรถมาเบียดจะแทรกให้ได้ แถม เปิดกระจกมาด่าว่า ไม่มีน้ำใจ พอแกเปิดกระจก เป็นนักศึกษาคนนั้น ก็เลยว่า เธอไม่เกรงใจคนอื่นที่เค้าเข้าแถวหรือ แต่ก็จะให้แทรก แต่ นักศึกษาคนนั้น ตอบอ่อยๆ จากด่าเป็นจ๋อยว่า ไม่ค่ะ หนูเกรงใจ 

 

  

ความจริงมีอีกเยอะ ได้เรียน culture ที่แตกต่าง ได้ความรู้แบบดู talk show คุ้มดีที่ได้มาเรียน ก็ไม่ได้เรียนหนังสือมาหลายปีแล้วน่ะสิ

 

มาเขียนไดระหว่างรอน้องต้อล ง่วงแล้ว ท่าจะรอไม่ไหว

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

ตี๋ร้อง unloveable 

ต้อลไม่ยอมร้องให้ ตี๋น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

 เอาเพลงช่วงที่ดีที่สุดของต้อลมาลง แบบไม่มีดนตรีด้วยนะ ร้องได้อารมณ์ เพราะมาก เวลาที่ฟังน้องร้องเพลงเป็นช่วงที่ดีที่สุดจริงๆ

 

             

 

 

 

 

 

 

 

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic