ปีกปราถนา

ปีกปรารถนา

“ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น”
หลายคนคงเห็นด้วยกับประโยคที่ว่านี้  น่าแปลกก็ตรงที่ความคิดที่ตามมาจากประโยคสั้น ๆ นั้นกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

สำหรับบางคน หรือหลายคน ชีวิตยิ่งสั้นก็ยิ่งต้องดิ้นรน ตักตวงกอบโกยให้เต็มที่ เพื่อร่นระยะเวลาแห่งความเต็มพร้อมในชีวิตให้มาถึงโดยเร็ว ก่อนที่โอกาสในการเสพสุขจะจบสิ้นลง
อีกบางคน ชีวิตแสนสั้นสั่งให้ขวนขวายแสวงหาความสำเร็จ รางวัล เกียรติยศ  เพื่อให้โลกจารจารึกชื่อและตัวตนไว้

ขณะที่บางคน ชีวิตแสนสั้นกลับบอกเขาว่า ไม่มีเวลายาวนานพอในการรีรอที่จะทำความดี  ไม่ใช่เพื่อคำยกย่องสรรเสริญ หรือแม้บุญบารมีใด ๆ  หากแต่เพื่อหัวใจตนเอง...ทำเพราะต้องทำ ไม่อาจเพิกเฉยได้
ปรารถนา ปรมี ณภัทร์ นิจ กนธี รสริน ยวดยง ฯลฯ  นิยามต่อ “ชีวิต” และ “การใช้ชีวิต” ที่แตกต่าง พาพวกเขามาพานพบและพันผูกกัน  และจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ต่างก็มีโจทย์ในใจ...คุณค่าแท้จริงของการใช้ชีวิตและความหมายที่แท้ของการดำรงอยู่คืออะไร ?
ที่สุดปลายทางของปรารถนาที่ต่างคนต่างติดปีกทะยานไป มีคำตอบรอคอยพวกเขาอยู่...คำตอบและความหมายของช่วงเวลาอันแสนสั้นในชีวิตเล็ก ๆ ของมนุษย์ ซึ่งแท้จริงแล้วอาจไม่ต่างจากชั่วขณะการกะพริบของดวงดาวยามค่ำคืน

 

ฉันไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น ขนาดที่จะเป็นต้นแบบของใครได้ สบตาปรมีแล้วเธอก็มองเห็นคำปฏิเสธของเขาชัดเจน...

ปราถนา" เป็นสถาปนิกสาวที่เก่งที่สุดของรุ่น เธอเพิ่งได้รับรางวัล "ปีกเพชร" จากสถาบันการศึกษา ทว่าวันหนึ่งปราถนาก็ถูกหักปีก หญิงสาวรู้สึกท้อแท้ และได้กลับไปยังโรงเรียนอนุบาลเก่า ที่นั่นเธอได้พบกับเพื่อนเก่าร่วมชั้นอนุบาล "ปรมี" ที่นี้ทำให้เธอได้ก้าวพ้นจากหล่มทุกข์ของตนเอง จนสามารถบินได้อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้งานออกแบบชิ้นสำคัญของปราถนาจะเป็นงานที่กำลังจะย้อนกลับมาทำลายปรมีและโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ ลงอย่างย่อยยับ...

 

 

เมื่อวานอ่านหนังสือเล่มนี้รวดเดียวจบจนถึงตี่สี่ ร้องไห้ทั้งเรื่องก่อนไปทำงานตาบวมก็ร้องไห้ตลอดสองสามชั่วโมงที่อ่าน

 

เรื่องไม่เศร้า สนุก น่ารัก happy ending

 

แต่โดนปมอะไรเราก็ไม่รู้ ร้องไห้ ให้กับอุดมการณ์ที่หายไปของเรา

 

จาก คนที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย มีพลังศรัทธา อยากเปลี่ยนโลกให้ ดีขึ้น เท่าเทียม

 

มาเป็น มาคนทำงานไปวันๆ ที่อยู่ด้วยสุขนิยม ผสม กับ วัตถุนิยม

 

 

ร้องไห้เพราะผิดหวังกับตัวเองที่ต้านกระแส สิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ได้ 

 

คิดไม่ออกว่า จะเปลี่ยนอุดมการณ์ที่สวยงาม เป็น สิ่งที่มองเห็นได้อย่างไร

 

ตราบใดที่ยังต้องกินต้องใช้ คนเราก็มักจะคิดถึงตัวเองก่อนเสมอ

 

ในนิยายเรื่องนี้ เลือกที่จะสร้างคนจากพื้นฐานที่ดี วัยเด็กอนุบาล เพื่อจะช่วยต่อยอดเมื่อเติบโตขึ้น พื้นฐานที่ดี แม้ว่าจะโดนทำลายในส่วนยอด มันก็จะไม่พังทลาย

 

 

เปลวเทียนทั้ง 4 เล่ม ค่อยๆ พลิ้วไหวไปอย่างช้าๆ
บรรยากาศรอบข้าง ช่างแผ่วเบายิ่งนัก
หากเราเงี่ยหูฟัง จะได้ยินเทียนทั้งสี่สนทนากัน...

เทียนเล่มแรกเอ่ย "ฉันคือ สันติภาพ น่าเศร้าเหลือเกิน
ทุกวันนี้ ไม่มีใครอยากให้ฉัน สว่างไสว"
แสงของ "สันติภาพ" ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไป

เทียนเล่มที่สอง เอ่ย "ฉันคือ ศรัทธา น่าเศร้าหนักหนา
ทุกวันนี้ ไม่มีใครต้องการ"
แสงของ "ศรัทธา" ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไป

เสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเศร้าใจ เทียนเล่มที่สาม กล่าว "ฉันคือ ความรัก
ฉันไม่เข้มแข็งพอ ที่จะส่องสว่างต่อไป"
"ผู้คนเพิกเฉยและไม่เห็นค่าของฉัน
แม้แต่คนใกล้ชิด พวกเขายังไม่คิดจะเติมรักให้แก่กัน"
ว่าดังนั้น พลัน "ความรัก" ก็ดับไป

ไม่ช้าไม่นาน...เด็กน้อยคนหนึ่งได้เดินเข้ามา
เมื่อพบเทียนสามเล่มดับไป เขาเริ่มร่ำไห้และหลั่งน้ำตา
"ทำไมพวกเธอถึงดับไป พวกเธอต้องสว่างไสวตราบนิรันดร์ไม่ใช่หรือ"

ทันใด เทียนเล่มที่สี่ กระซิบอย่างแผ่วเบา
"อย่ากลัวไปเลยหนูน้อย ตัวฉันนี้คือ ความหวัง ตราบใดที่ฉันยังส่องสว่างอยู่ได้
เทียนสามเล่มนั้น จะกลับมาไม่ช้านาน"

เด็กชายตัวน้อย ตาเป็นประกายด้วยความปิติ
สองมือนั้นค่อยๆ จุด "เทียนแห่งความหวัง" พร้อมกันกับเทียนอีกสามเล่ม

อย่าปล่อยให้ "แสงแห่งความหวัง" ในชีวิตเราดับไป
ไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะเลวร้ายหรือแย่สักแค่ไหน
เมื่อเรามี ความหวัง แล้วไซร้......
สันติภาพ ศรัทธา และ ความรัก ก็จะส่องสว่างอยู่ในตัวเราเสมอ.

 

 

 

ฉันหวังว่า การเริ่มต้นจากตัวเอง ครอบครัว ที่ดีแล้ว ฉันจะพยายาม ช่วยเหลือผู้อื่นให้มากกว่าที่เคยเป็น ประกายความคิดจากจุดเล็กๆ คงจะเพิ่มถ้าฉันรวบรวม สันติภาพ ศรัทธา และ ความรัก ให้เพิ่มพูน บนรากฐานของความดี

 

 

แต่ในที่สุด จุดมุ่งหมายหลักของการเกิดเป็นคน คือ เข้าใจตัวเอง และพยายามเป็นคนดี รักษา ศีล สมาธิ ปัญญา ตามหลักพุทธศาสนานั้นเอง

 

อย่างที่บอก ชีวิตคนเราแสนสั้น

 

 

 

น่าแปลก ไม่ได้อ่านหนังสือธรรมะแต่ปลงได้ถึงขนาดนี้เชียว

 

แสงดาวแห่งศรัทธา
คำร้อง - ทำนอง : จิตร ภูมิศักดิ์

พร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว
ส่องฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทองผ่องเรืองรุ้งในหทัย
เหมือนธงชัยส่องนำจากห้วงทุกข์ทน

พายุฟ้าคราม ครืนข่ม คุกคาม
เดือนลับยามแผ่นดินมึดหม่น
ดาวศรัทธายังส่องแสงเบื้องบน
ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย

ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยาก
ขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้ผืนฟ้ามึดดับเดือนลับละลาย
ดาวยังพรายศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง

 


 

            

 

 

 

 

 

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic