ไหว้เทพเจ้า

 

เมื่อวานวันหยุดไปวัดเล่งเน่ยยี่มาแล้ว

 

ขับรถไปจอดศูนย์ประชุม นั่ง taxi ไปเยาวราช

 

ไปถึง งง อยู่หน้าวัด คนพุ่งมาขายของยังไม่ทันลงจาก taxi เลย รีบเดินหนีไปข้างวัด ซื้อของไหว้ ดีมาก มีคำแนะนำมากมาย มาวัดนี้ มีแต่งง ก็เลยไปหาข้อมูลการไหว้ที่ถูกต้องมาจะดีกว่า  

 

หลักการไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย (การไหว้ปีชง)
“เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยเป๋าส่วยกุงเผ่งอัง” แปลว่า คุ้มครองดวงชะตาให้ปลอดภัยอยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือในภาษาไทยเรียกว่า “เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา” เป็นเทพเจ้าที่มีอิทธิพลต่อโชคชะตาของคนในแต่ละปี เหตุที่ชาวจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้ เพราะมีความเชื่อว่าเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยสามารถที่จะบันดาลความสุข ความทุกข์ให้เกิดแก่ใครนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของท่านให้ช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยให้ ดังนั้นในแต่ละปีจึงมีผู้คนไปกราบไหว้บูชาขอพรให้อยู่เย็นเป็นสุขมีดวงชะตาที่ดีตลอดทั้งปี ชาวจีนจึงมีประเพณีในการไหว้ฝากดวงเพื่อสะเดาะเคราะห์ด้วยตนเองต่อเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยได้ที่วัดเล่งเน่ยยี่ และวัดโพธิทัตตาราม อ.ศรีราชา หรือวัดที่มีองค์เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยประทับอยู่

โดยมีวิธีไหว้ดังนี้ จุดธูป 9 ดอก ไหว้พระประธานในวัดก่อน (ปักธูปกระถางละ 3 ดอก) จากนั้นจึงไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย จุดธูป 3 ดอก วิงวอนขอพระจากท่าน ให้ท่านช่วยปกป้องคุ้งครองจาก ภยันอันตรายต่างๆ ที่ท่านอาจประสบพบเจอในปีนี้ จากหนักให้เป็นเบาและจากเบาให้มลายสูญสิ้นไป ซึ่งทางวัดเล่งเน่ยยี่จะมีพิธีสวดมนต์เสริมสิริมงคล หรือพิธีน่ำซิ้งปักเต้าเก็ง เพื่อให้ท่านและครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขหมดทุกข์หมดเคราะห์ไปตลอดทั้งปี

ของไหว้ที่ต้องเตรียมไปมีดังนี้
1. ธูป 3 ดอก
2. เทียนแดง 1 คู่
3. หงิ่งเตี๋ย 12 แผ่น
4. ตั่วกิม 12 แผ่น
5. ทุกหลั่งจี๊ 12 แผ่น
6. เป๋าอุ่งจี๊ 12 แผ่น
7. เผ่งอังจี๊ 12 แผ่น
8. กระดาษแดง 1 แผ่น
9. ขนมจันอับ 1 ชุด ประกอบด้วย ถั่วเคลือบน้ำตาลสีขาวและสีชมพู ฟักเชื่อม ถั่วตัด ข้าวพอง
10. ส้ม 4 ผล

วิธีการสะเดาะเคราะห์ มีดังนี้
1. นำกระดาษแดงที่เขียน ชื่อ - นามสกุล วันเดือนปีเกิด (และเวลาตกฟาก) วางลงบนกระดาษไหว้ ใช้หนังสติ๊กหรือ เชือกแดงมัดไว้
2. จัดส้ม 4 ผล และขนมจันอับใส่จานจัดวางต่อหน้าองค์เทพเจ้า
3. จุดเทียนแดงปักไว้ข้างๆ กระถาง จากนั้นจุดธูป 3 ดอก อธิฐานให้ท่านช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัยและประสพแต่สิ่งที่ดีๆ ตลอดทั้งปี
4. ถ้าเป็นขอบตัวเองให้หยิบชุดสะเดาะเคราะห์ที่เตรียมไว้ในข้อ 1 ปัดตั้งแต่ศีรษะลงมาจนสุดแขน 13 ครั้ง (ถ้าท่านไหว้แทนบุคคลอื่นก็ไม่ต้องทำพิธีปัดตัว แต่ให้กระทำโดยปัดเสื้อของบุคคลนั้นแทน)
5. นำชุดสะเดาะเคราะห์วางลงในกล่องรับฝากที่ทางวัดจัดไว้ให้ก็เป็นอันเสร็จพิธี

http://www.lengnoeiyi.com/news.php

 

 

 

 

เทพประจำชะตาชีวิต (ไท่ส่วย,ไท่ซุ่ย)太歲爺


       เป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องคุ้มครองดวงชะตาราศีของมนุษย์ให้ปราศจากภัยพิบัติอุปัทวันตราย ซึ่งในทุกๆปี หลังเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนจะนำเทียบแดงเขียนชื่อวันเดือนปีและเวลาเกิดของตนพร้อมด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง มาขอพรจากเทพไท่ส่วย เรียกกันเป็นภาษาจีนว่า ป้ออุ่ง หรือฝากดวงชะตาไว้เพื่อให้ท่านคุ้มครองป้องกันภัยพิบัติในปีนั้นๆ การปฏิบัติเช่นนี้มีมาในหมู่ชนชาวจีนนับเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว

 

ไหว้เสร็จสบายใจขึ้นมาเยอะเลย ก็ขอให้ท่านคุ้มครองแล้ว รู้สึกปลอดภัยทางจิใจขึ้นเยอะ

 

 

มาต่อที่ central world แหม่มจะมาไหว้พระพิฆเนศวร์วันอังคาร ด้วยธูปแปด กุหลาบสีชมพูแปด ดอก ทั้งที่คนอื่นเค้าใช้สีดาวเรื่องสีเหลือง

เรามันลูกท่านอยู่แล้ว

 

ไหว้ท่านก็รู้สึกดีเช่นกัน

 

http://blogger.sanook.com/pattayadiary/category/my-love/

 

ระยะหลังมานี้ ผู้คนเต็มไปด้วยปัญหาชีวิตรุมเร้า ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาทางสังคม ทำให้หลายคนขาดที่พึ่งทางใจ ‘ธรรมะของพระพุทธองค์’ ซึ่งเป็นนามธรรมจึงถูกมองข้ามและหันไปยึดถือสิ่งที่เป็นวัตถุนิยมเสียมากกว่า

“ต้องบูชาอะไรจึงจะเกื้อหนุนและส่งผลดีต่อดวงชะตา?” คืออีกหนึ่งคำถามที่ดิฉันต้องตอบเป็นประจำ แท้ที่จริงแล้วการไหว้พระบูชาวัตถุมงคล หรือแม้แต่การบูชาเทพ ต่างก็เป็นอุบาย ซึ่งสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรมนำมายึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อการประกอบกรรมดีทั้งสิ้น ทั้งยังป็นหนทางในการศึกษาธรรมะผ่านทางวัตถุที่เรานับถือ

ดังนั้นความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราศึกษาธรรมะโดยตรงจากพระไตรปิฏกได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และสำคัญที่ว่าเราปฏิบัตินอย่างไรแล้วทำให้ใจเราและคนรอบข้างเป็นสุข โดยนำสิ่งรอบตัวมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมากกว่า อีกทั้งยังเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราพ้นทุกข์ได้ แม้จะไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์โดยตรงก็ตาม แต่ก็เป็นอุบายแห่งการเริ่มต้นประกอบกรรมดี เพื่อเป็นทางนำไปสู่นิพพานในอนาคต

ว่าไปแล้วตำนานการสร้างเทพเจ้าในพุทธศาสนาได้มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล โดยทั่วไปจะเป็นคติความเชื่อแบบพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งจะมีการสร้างรูปเทพเจ้าในรูปแบบของพระโพธิสัตว์ เช่น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ยังมีอิทธิพลที่เน้นเรื่องราวของทวยเทพต่าง ๆ ตามคติความเชื่อและความกลัว แล้วจินตนาการในลัษณะขององค์เทพ เช่น องค์เทพแห่งดินคือพระแม่ธรณี

ส่วนการสร้างในวัดของพุทธศาสนา โดยเฉพาะวัดในเมืองไทยนั้น จะมีความเชื่อของพราหมณ์-ฮินดูเข้ามาผสมผสาน ซึ่งไทยเราได้รับอิทธิพลนี้จากขอมตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทวยเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเข้ามาผูกติดกับระบบความเชื่อทางพุทธศาสนา แม้ว่าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจะถือว่าพระพุทธเจ้าก็คือเทพองค์หนึ่งซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์ที่เรียกว่า ‘ปางพุทธาวตาร’ แต่เมื่อมาเกี่ยวข้องกับ 2 พุทธศาสนาได้มีการยกฐานะของพระพุทธเจ้าเหนือกว่าเทพทุกองค์ เช่น ในตอนประสูติจะปรากฏภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังตามสถานต่างๆ ของเทพที่มาชุมนุมอวยพรสรรเสริญกันอย่างมาก

นอกเหนือจากนี้ ทางพุทธศาสนายังมีการเพิ่มเรื่องราวของเทพเจ้านอกเหนือจากพราหมณ์-ฮินดู เช่น พระอินทร์ ซึ่งอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท้าวจคุโลกบาลที่ปกครองสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา ผู้คอยคุ้มครองโลกทั้ง 4 ทิศ และทวยเทพอื่นๆ เช่น พระแม่ธรณี พระแม่โพสพ พระคงคา นอกจากนี้ยังมีเทพอีกประเภท ซึ่งปรากฏในวรรณคดีชั้นสูง เช่น รามเกียรติ์ ซึ่งจะเล่าถึงเรื่องราวของเทพต่างๆ วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน มีการสร้างเครื่องรางของขลัง และนำคุณวิเศษของเทพแต่ละองค์มากล่าวอ้างอิง เช่น การสักหนุมาน เชื่อว่าจะทำให้มีฤทธิ์เดชคงกระพันชาตรี

เนื่องจากวัดถือเป็นศูนย์กลางทางสังคมไทยในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นจิตกรรม ฝาผนัง งานจารึก งานเขียนคัมภีร์ใบลาน ก็ปรากฏเรื่องราวเกี่ยวกับเทพองค์ต่าง ๆ ต่อมาจึงได้สร้างเป็นรูปเคารพดังมีให้เห็นในปัจจุบัน

 

สถานที่ที่มีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์นับว่ามีด้วยกันหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นวัดวิษณุ เขตยานนาวา, วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม), เทวสถาน (โบสถ์พราหมณ์) แต่ที่อยากแนะนำก็คือ บริเวณแยกราชประสงค์ เพราะไปที่เดียวได้สักการะเทพถึง 6 องค์ นับเป็นย่านการค้าและการท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดยเป็นทั้งของโรมแรมใหญ่ ศูนย์การค้าชั้นนำ ซึ่งในแต่ละวันจะมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสถานประกอบการต่างๆ จึงได้มีการตั้งศาลเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปจำลององค์เทพศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและปกป้องคุ้มครองรวมทั้งเป็นที่สักการะของผู้ที่สัญจรไปมาในย่านนี้ ประกอบด้วย

- พระอินทร์ ท้าวองค์อมรินทราธิราช
ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษยโลก ประดิษฐานที่หน้าตึกอัมรินทร์พลาซ่า มีพระวรกายสีเขียวหยก มีพระเนตรพันดวงทรงเป็นที่เคารพในฐานะพระผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษยโลก ดอกไม้ที่ใช้สักการะ คือดอกบัวขาว ดอกบัวแดง กุหลาบขาว

- ท้าวมหาพรหม
มีอำนาจในการประสาทพรแก่ผู้สักการะ ประดิษฐานบริเวณแยกราชประสงค์ มีชื่อเสียงในการประทานโชคลาภ ความสำเร็จ มั่นคงในธุรกิจการงาน ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาเนื่องจากพระองค์มีอารมณ์เย็น เชื่อว่าทรงรับฟังคำขอและสวดภาวนาของทุกคน และทำให้สมความปรารถนา ควรสักการะด้วยดอกบัวขาว ดอกไม้สีขาวต่างๆ ของโมกขาว ดอกมะลิขาว ดอกแก้วขาว สำหรับธูปให้ใช้ 12 ดอก เพื่อปักกระถาง 4 ด้าน ตามพระพักตร์ของพระพรหม

- พระตรีมูรติ
ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งความรัก บูชาเพื่อขอให้สมหวังในรัก ประดิษฐานที่หน้าอิเซตัน เซ็นทรัลเวิลด์ ควรสักการะด้วยดอกไม้สีแดง 9 ดอก ธูปแดง 9 ดอก เทียนแดง 1 คู่ ต้องถือเคล็ดว่าให้ประกบติดกัน ซึ่งจะหมายถึงมีชีวิตรักที่แนบแน่น หรือมีความหมายว่าไม่โดดเดี่ยว นิยมไหว้ในวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. โดยเชื่อกันว่าเป็นเวลาที่เทพจะลงมาประทับ

- พระพิฆเนศ
ถือป็นเทพแห่งปราชญ์สติปัญญาและความสำเร็จ ประดิษฐานอยู่หน้าอิเซตัน เซ็นทรัลเวิลด์ ทุกตำราได้ให้ความสัญกับเทพองค์นี้มาก โดยกล่าวว่ามีฤทธิ์มาก มีความเฉลียวฉลาด มีคุณธรรม คอยชวยเหลือปกป้องปราบปรามสิ่งชั่วร้าย ทำให้เกิดโชคและมีทรัพย์ ควรสักการะด้วยขนมต้มแดงต้มขาว นมสด นมเปรี้ยว ดอกบัวแดง ดอกดาวเรือง กล้วย อ้อย มะม่วงสุก เมล็ดงา มะขวิด ทับทิม หญ้าแพรก ดอกมะลิ ใบมะตูม ใบมะเขือพวง ใบพุทรา ใบรำเพย

- พระลักษมี
เทวีผู้ประทานความร่ำรวย บูชาเพื่อขอความร่ำรวย มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์และโชคดีมีลาภ ประดิษฐาน ณ บริเวณดาดาฟ้า ชั้น 4 เกษรพลาซ่า นิยมสักการะด้วย ดอกบัวหลวงสีขาว ดอกบัวหลวงสีชมพู ดอกบานไม่รู้โรย กุหลาบสีชมพู การสักการะควรมีอ่างใบใหญ่ใส่น้ำสะอาดเต็มขอบอ่าง วางไว้หน้ารูปเคารพ เวลาจะถวายดอกไม้ต้องคลี่ให้บานก่อนแล้วนำลอยน้ำ (เนื่องจากพระลักษมีจุติจากฟองน้ำ)

- พระนารายณ์ทรงสุบรรณ
พระผู้คุ้มครองรักษา ประดิษฐานอยู่หน้าตึกโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ได้รับสมญาว่าเป็นเทพที่ปกป้องรักษาให้เจริญรุ่งเรือง เปรียบประดุจเทพแห่งความเมตตา สามารถขจัดปัดเป่าความชั่วร้ายและสิ่งไม่ดี ควรสักการะด้วยกระทงใบตองใส่ข้าวตอก อาหารคาว 2 – 3 อย่าง ขนมหวาน 5 อย่าง ผลไม้ 3 อย่าง (กล้วย มะพร้าวอ่อน อ้อย) นมสด เนย ใบกะเพรา เมล็ดข้าว เมล็ดถั่วเขียวถั่วแดง เครื่องหอม ดอกบัวขาว ดาวเรือง กล้วยไม้ขาว มะลิขาว

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการไหว้พระบูชาเทพ ล้วนเป็นอุบายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เรามีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอันนำไปสู่การประพฤติดีประพฤติชอบ แต่ควรนับถือหรือบูชาโดยใช้สติและปัญญา มิใช่งมงาย เมื่อจิตแน่วแน่ ปัญญาจะบังเกิด สุดท้ายจิตจะเป็นสุข อันนำไปสู่นิพพาน

ทำนายทายทัก : เคล็ดมงคลเสริมส่งดวงชะตา   อยากมั่งคั่งร่ำรวย
ข้อควรปฏิบัติ
1. หาเวลาไปบูชาพระสีวลี พระสังกัจจายน์
2. ทำบุญร่วมสร้างโบสถ์ และศาลาการเปรียญ
3. สละทรัพย์และสิ่งของให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก
4. ทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า
5. ถือศีลห้า เว้นอบายมุขต่างๆ
6. ยินดีช่วยกิจการของศาสนาอย่างแข็งขันด้วยจิตบริสุทธิ์

อยากอุดมลาภยศ มีอำนาจบารมี
ข้อควรปฏิบัติ
1. ทำบุญร่วมสร้างพระประธาน
2. ทำบุญเป็นเจ้าภาพงานบวช
3. บริจาคทานแก่ผู้ยากไร้ สนับสนุนอุ้มชูคนดี
4. พิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายเป็นทาน
5. ถือศีลแปดโดยเคร่งครัด
6. หมั่นสวดพระคาถาชินบัญชร

อยากมีงานที่ดีทำ อยากเรียนต่อ
ข้อควรปฏิบัติ
1. ไปกราบไหว้พระพรหม และถวายตุ๊กตาช้างกับพวงมาลัย
2. ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม
3. ถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์
4. ไปไหว้พระ ปิดทองคำเปลว 9 แผ่น
5. ซื้อเทียน 1 ห่อไปถวายวัด และเติมน้ำมันตะเกียงให้ชีวิตสว่างไสว

อยากดวงดี แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ
ข้อควรปฏิบัติ
1. ทำบุญตักบาตรพระ และถวายสังฆทาน
2. ผูกดวงชะตา เขียนชื่อ และนามสกุลไว้ใต้ดวงชะตา แล้วนำแผ่นกระดาษแผ่นนั้นไปไว้ใต้ฐานองค์พระพุทธรูป
3. ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาทุกเดือนเป็นประจำ

อยากมีรูปงาม มีเสน่ห์
ข้อควรปฏิบัติ
1. ทำบุญไว้พระโดยถวายของหอม เช่น ธูปหอม ดอกไม้หอม น้ำอบ ทองคำเปลว
2. ถวายผ้าบังสุกุลแด่พระสงฆ์ปีละ 2 ครั้ง
3. อาสาอ่านหนังสือลงเทปให้คนตาบอดฟังที่มูลนิธิคนตาบอด
4. เป็นคนประพฤติดี ปฏิบัติงามทั้งกาย วาจา ใจ

อยากมีหลักฐานมั่นคง ไม่ต้องโยกย้ายบ่อย
ข้อควรปฏิบัติ
1. ทำบุญบริจาคเงินร่วมสร้างเสาหงส์หรือเจดีย์ปูน หรือร่วมซื้อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์วิหาร
2. ไปกราบไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมือง
3. หมั่นทำบุญตักบาตรทุกสัปดาห์

อยากได้คู่ดี สมหวังในความรัก
ข้อควรปฏิบัติ
1. ถวายแจกันคู่ เทียนคู่
2. ช่วยให้ผู้อื่นสมรัก ไม่ทำให้คู่ใครเขาแตกแยกหรือพลัดพรากจากกัน การช่วยให้คู่รักได้สมรักนั้นถือเป็นอานิสงส์แรงมาก
3.ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ประพฤติดี ปฏิบัติงามทั้งกาย วาจา ใจ

อยากโดดเด่นมีชื่อเสียง
ข้อควรปฏิบัติ
1. ถวายเทียนพรรษา
2. ทำบุญร่วมสร้างหอระฆัง
3. ถวายตะเกียง โคมไฟ หลอดไฟให้วัด
4. ถวายธูปหอม เทียน 1 สำรับ ทองคำเปลว น้ำอบ และดอกไม้ทุกครั้งเมื่อไปกราบไหว้บูชาพระ

อยากทำมาค้าขายรุ่งเรือง ธุรกิจก้าวหน้า
ข้อควรปฏิบัติ
1. ไปกราบไหว้ไฉ่เซ่งเอี้ยที่ศาลเจ้าพ่อเสือ
2. บูชาพระสีวลี พระสังกัจจายน์
3. หมั่นทำบุญบริจาคทาน
4. ถือคุณธรรมนำการค้า ยึดถือความซื่อตรง

อยากมีพลังจิตพลังใจให้เข้มแข็ง
ข้อควรปฏิบัติ
1. ไปไหว้พระ ปิดทองคำที่องค์พระประมาณ 9 แผ่น
2. ทำบุญซื้อโลงศพตามมูลนิธิต่างๆ
3. ถือศีล 8 โดยเคร่งครัดเป็นเวลา 7 วัน
4. หมั่นสวดพระคาถาชินบัญชร

อยากอายุมั่นขวัญยืน มีสุขภาพดี
ข้อควรปฏิบัติ
1. หมั่นปล่อยเต่าเป็นประจำทุกเดือน
2. บริจาคเงินทำบุญที่โรงพยายาลสงฆ์
3. ถวายยาสามัญประจำบ้านในชุดสังฆทานด้วยเสมอ
4. ทำบุญซื้อโลงศพตามมูลนิธิต่างๆ
5. ทำทานกับสัตว์จรจัดอนาถา ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น

อยากมีปัญญาดี มีวิชาความรู้ความสามารถ
ข้อควรปฏิบัติ
1. บริจาคหนังสือแก่เด็กยากไร้
2. ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกเป็นทาน
3. หมั่นไปฟังเทศน์ที่วัดในวันพระ
4. ฝึกนั่งสมาธิ
5. เล่าเรื่องบุญบาปให้ผู้อื่นฟังเป็นนิตย์
6. ชักจูงให้คำทำความดี

อยากมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์
ข้อควรปฏิบัติ
1. ซื้อข้าวสาร 1 กระสอบถวายวัดทุก 3 เดือน และนำไปให้สถานสงเคราะห์หรือตามมูลนิธิต่างๆ หรือศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเวลานั้นๆ
2. สละทรัพย์และข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่ผู้ยากไร้อนาถาเป็นประจำ
3. หมั่นทำบุญตักบาตรพระสงฆ์

ดังปรากฏในพระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าว่า การสะสมบุญและหมั่นให้ทานเป็นนิตย์ ย่อมช่วยลดบาปและแก้กรรมชั่วได้ หากตั้งอยู่ในจิตเจตนาที่บริสุทธิ์

ส่วน การทำทาน คือแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เกิดวาสนาบารมีได้อย่างแม่นมั่น โดยให้ถือความยินดีในการให้ทานและให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลคนทุกข์ยากเป็นสำคัญ

การทำสมาธิสวดมนต์ภาวนาก็ทำให้เกิดสติกระจ่าง จะคิดจัดการดูแลแก้ไขชีวิตของตนได้อย่างเรียบร้อย อันจะนำไปสู่ความสุขความรุ่งเรืองได้

การให้ทานผู้อื่นเป็นนิตย์ ย่อมนำมาซึ่งลาภยศสรรเสริญจากผู้คนทั่วไป ตัวเราย่อมบังเกิดบารมี ดวงชะตาที่ดีด้วยกระทำของตัวเองโดยแท้

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

วันเมื่อวานก็เป็นวันดีดีอีกวัน ขอบคุณแกมากนะแหม่ม

 

stillness

 

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic