เรื่องเฉพาะศิลปากร

 

 

วันนี้เรื่องราวทั้งหมดของรวบรวมไว้สำหรับมหาวิทยาลัยอันเป็นที่รัก

 

ศิลปากร

 

ได้อ่านตามได ตามเวป mail

อ่านแล้วโดนตามประสาคนที่เคยเรียนมาเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว

มารู้ว่า เราเป็น สาวอักษรบ้านนอก ที่จบมาแล้ว แต่เมื่อระลึกถึงมหาลัยตัวเอง

เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและคุ้มค่าเหลือเกิน

 

"ARS LONGA VITA BREVIS"

 

ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น โดย ศ.ศิลป์ พีระศรี

 

  กล้วยไม้ออกดอกช้า  ฉันใด            การศึกษาเป็นไป  ฉันนั้น
แต่ออกดอกคราวใด งามเด่น            งานสั่งสอนปลูกปั้น  .เสร็จแล้วแสน งาม

 


ประพันธ์โดย  ศ.หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล

 

 

ตอนเช้าไปอ่านเจอ    50เรื่องน่ารู้ของชาวศิลปากร

โดน คนที่ไม่ใช่คงไม่มีอารมณ์ร่วมข้ามไดนี้ไปเลยนะคะ

คน ท่าพระ ทับแก้ว เค้าจะเมากัน เอ้ย ระลึกความหลังกัน

อย่าทับแก้วสิแล้วจะยกได้ยังไง เอิ๊กกกกกกกกก

 

 

  1.  ตรามหาวิทยาลัย คือพระพิเณศวร ทั้งกระดุม เข็ม หัวเข็มขัด หัวติ้ง 
    ซึ่งตอนฉันใส่ภูมิอก ภูมิใจ ว่าช่างสวยอะไรอย่างนี้ ก็เราลูกพระพิเณศวร   แต่ในความเป็นจริงเราใส่เวลาสอบเท่านั้น เพราะชุดปกติ คือ กางเกงเล ที่ใส่อย่างไงก็ไม่หลุด   กับ รองเท้าเตะนันยาง ย่ามแสนเซอร์ เวลาใส่ รู้สึกเท่จัง   แล้วผลของการสมัครงานปีแรกคือ โดนรองเท้าส้นสูงกัดเวอะหว่ะกันทู๊กคน
  2.  สีประจำมหาลัย คือ สีเขียวเวอร์ริเดียน เป็นสีของน้ำทะเลที่ลึกมากๆ หรือ สีเขียวหัวเป็ด เหตุผลที่เป็นสีนี้เพราะว่า เป็นสีที่ อ. ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาลัยชอบ
  3.  ดอกไม้ประจำมหาลัย คือ ดอกแก้ว สามารถพบเห็นได้ที่สวนแก้ว กลางวังท่าพระ
  4.  เพลงประจำมหาลัย เป็นเพลงภาษาอิตาเลียน ชื่อว่า santa lucia เป็นเพลงที่อาจารย์ศิลป์ ฮัมร้องบ่อยๆ     ปีแรกที่เข้ามา โดนซ่อม ที่ตอนเย็น ห้าโมงถึงสองทุ่ม ใส่เสื้อคณะ กางเกงวอร์ม ไปวิ่ง ไปโดน
        ด่า ไปกลิ้งที่สนามหญ้า ไปลงน้ำ ปีนต้นไม้ ฮือ เหนื่อย เค้ามาเรียนหนังสือ เค้าจบมาจาก    โรงเรียนสตรีนะ แล้วก็ มาที่เรียนรวมเพื่อ มาร้องเพลง santa lucia ให้ ชัด ให้เพราะ    ให้     พร้อม จนฟังแล้วขนลุก ถ้าเด็กที่นี่ร้องเพลงนี้ไม่ได้ แปลว่า โดดซ่อม แน่นอน ตอนหลัง     มารู้ว่าที่ต้องทำอย่างนี้เพราะเราอยู่หอ เค้ากลัวเราจะเหงา ปรับตัวไม่ได้ ไม่มีเพื่อนน่ะสิ
  5.   คณะแรกของมหาวิทยาลัย+ฝั่งวังท่าพระ คือ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
         ฉันตั้งข้อสังเกตุว่า คนที่เซอร์ หลุดโลก มักวาดรูปไม่เก่งเท่า คนที่ดูเหมือนคนธรรมดา
  6.  คณะแรกของฝั่งทับแก้ว คือ อักษรศาสตร์
     หนังสือเรื่องน้ำใสใจจริงของ อาจารย์ วินิตา แสนสนุก คือเรื่องราวของรุ่นพี่ๆ 
  7.  คณะโบราณคดี เป็นคณะเดียวในประเทศไทย ที่  เปิดสอนที่นี้เพียงที่เดียว     เค้าว่าไม่ค่อยถูกกับอักษร
      
  8.  โรงอาหารยูเนี่ยน คือ โรงอาหารกลางประจำมหาลัย ที่ท่าพระแม่ค้าอยู่มาตั้งแต่เป็นพี่ จน   ปัจจุบันเป็นป้ากันทั้งหมดแล้ว (แนะนำให้กรมศิลป์มาจดทะเบียน)
  9.  ชั้นบนของโรงอาหารยูเนี่ยน    คือ ที่ตั้งของสโมสรนักศึกษาประจำมหาลัยเพชรช้อป คือโรงอาหารอีกแห่งที่ทับแก้ว เป็นที่     ยอดฮิตในยามกลางวันเมื่อไม่มีที่ไปไหน
  10. เพชรช้อป คือโรงอาหารอีกแห่งที่ทับแก้ว เป็นที่ยอดฮิตในยามกลางวันเมื่อไม่มีที่ไปไหน จริง-- สมัยเรียนไม่มีอ่ะ รู้จักแต่ศาลาแดง แมงวันเยอะมั่กๆ แต่สมัยนั้นมีน้ำโหล สมัยนี้เค้ามีน้ำศิลปากร
     
  11. อาร์ต อเวนิว ก้อมีอาหารอร่อย แต่รอนานโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  อยากกินต้องไม่มีเรียนบ่ายถึงจาเหมาะที่สุด
  12.  7/11 กลางมหาลัย เปิดแอร์เย็นมาก  เดินเข้าไปซื้อของแป็ปเดียวออกมาแว่นฝ้าเลย
  13.  อยากกินผลไม้ ต้องเจ๊ตุ่ม ยูเนี่ยน
  14.  เด็กคณะวาดรูป เรียกเพชรช้อปว่า
  15.  ลานนม ลานนม มาจากการที่ตั้งอยู่ใกล้ด้านหลังของหอหญิง (หอ 4 ) นั่งกินข้าวไป แหงนไป อ้าวเดินออกมาตากเสื้อใน เกงในซะงั้น
  16.  เพชรช้อปใหม่ เย็นสบายกว่าอันเก่า แต่นั่งกินข้าวที่นี้ไม่เห็นตุ๊ดตู่เลย ตุ๊ดตู่ คือชื่อเล่นที่สุภาพของตัวเงินตัวทอง  ที่คุณสามารถพบเห็นได้อย่างชุกชุมที่ทับแก้ว เพราะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่มากๆลางมหาวิทยาลัย -- ทุกวันนี้แวะไป ก็ยังมีโอกาสได้ทักทายอยู่เสมอๆ เห็นรถติดเมื่อไร พึงรู้ไว้ว่า รถเค้าหยุดให้ตุ๊ดตู่ข้ามถนน
  17.  ลานทรงพลของคณะอักษรศาสตร์ เดิมคือ ลานประหารในสมัยโบราณ ตอนที่เรียนอยู่ฉันไม่เคยเดินผ่านที่นี่ตอนกลางคืนคนเดียวเลย
  18.  รับน้องชายของอักษร รับกันที่ลานทรงพลตอนกลางคืน -- สมัยก่อนได้ยินว่าพาไปสระบัว ไม่รู้    โดนเพื่อนหลอกหรือเปล่า ลือกันต่างๆนานาว่า ทำนู้นนี่นั่น ก็เพื่อนสาวเยอะจะตาย เราก็     หลอกถามพวกมันแทน
  19.  เอ4 คือ ชื่อโรงละครใหม่ของอักษร แต่ตั้งอยู่ใกล้ศึกษามากกว่า
  20.  โรงละครทรงพล คือโรงละครที่ศักดิ์สิทธิ์ของเด็กละครทุกคน  ที่นี่ก็ว่ากันว่าผีดุ เราเคยดูละครตอนสามทุ่มแล้วไฟดับทั้งโรง กรี๊ดแล้ววิ่งออกมา ปรากฎว่า ดับทั้งคณะ
  21. อารยธรรมไทย คือ วิชาที่เด็กอักษรติดเอฟเยอะมากที่สุด ต่อรุ่นตกประมาณ100-200คน จากจำนวนเด็กทั้งหมดในรุ่นที่มีประมาณไม่เกิน 800 คน ตาย เดี๋ยวนี้รุ่นนึงมีตั้ง 800 คน จะจำชื่อกันหมดเหมือนสมัยฉันได้ไง
  22.  แดนสนธยา คือ ชื่อเรียกตึกคณะวาดรูปทั้ง 3 ที่อยู่หลังม. ได้แก่ จิตรกรรม มัณฑศิลป์ และสถาปัตยกรรม
  23.  ห้องอาหารใต้ตึกศิลป์ 1 ขายข้าวถูก ให้เยอะมากเหมือนกรรมกรกิน (เด็กวาดรูปกินโคตรจุ)
  24.  สาวฮอตของท่าพระ คือ เด็กโบราณ ที่ทับแก้วแน่นอน คือเด็กอักษร
        
         ก็ผู้หญิงเยอะขนาด ฉันว่าเด็กเภสัชน่ารักกว่า
  25.  ชนช้าง คือการเชียร์โต้ของคณะต่างๆ อักษร
  26.   มีชนช้างกับคณะฮอตของมหาลัย คือ จิตรกรรม ดุริยางค์ มัณฑศิลป์
  27.  มัณฑศิลป์มันยาวไป ใครๆก้อเรียกว่า เด็กเด็ค
  28.  เด็กจิตรกรรม เป็นหลีดทุกคน ชุดหลีดอลังการที่สุดด้วยงบประมาณอันน้อยนิดจนไม่น่าเชื่อ       เต้นกันได้ยวยยีอารมณ์มาก ชอบ เพลิดเพลินชมพันธ์ไม้ในป่า 
  29.  เด็กจิตรกรรมปี1 ทรงผม การแต่งกาย อาจคล้ายเด็กช่างกล+เด็กนักเรียนเตรียมทหาร
          สมัยฉันทุกคนต้องมีชื่อใหม่ เช่น ต้องสู้ สมเสร็จ กวงเชียง เป็นต้น พ่อแม่ไม่มีทางรู้ว่าลูก       คือใครถ้ามาถามชื่อจริง
  30.  ลิฟท์ที่โบราณมีขนาดเล็กมาก ยืนกัน 3 คนก้อเต็มแล้ว
  31.  แถมด้วยบันได เดินสวนกันไหล่ก้อชนกัน
  32.  ศิลปากรวังท่าพระ เป็นมหา'ลัยที่มีเนื้อที่เล็กจนไม่น่าเชื่อว่ามีคณะอยู่ถึง 4 คณะ คือ โบราณ จิตรกรรม เด็ค และถาปัด  เวลาไปเรียนฝั่งนู้น ต้องทำหน้า ทำท่า เฉยๆ แค่เดินขาจะขวิดได้  น่ากลัว
  33.  หอสมุดที่วังท่าพระ อยู่ชั้นใต้ดิน สถานที่นัดพบ กับเด็กเดคของช้านนน
  34.  ที่ทับแก้ว การจราจรวุ่นวายมากทั้งจักรยาน รถป็อป มอไซค์ และรถเก๋งที่วุ่นวายสุดๆ ต่างคนต่างขับมีปัญญาก้อหลบกันเอง
  35.  เปิดเทอมวันแรก รุ่นพี่ขับรถหลบรุ่นน้อง หลบไม่พ้นชนก้อเคยมาแล้ว
  36.  ซ.ลิตเติ้ลพาย คือซ.ที่มีหออยู่มากที่สุดในย่านหน้า ม. คือ นิยมไทย/ลิ้มฮกไถ่/ชยาทิพย์แมนชั่น/เวศฒ์วรุฒ/วีเจ/ลีลาเพลส/ริชแมนชั่น/อินไวท์/อินดี้/สนามจันทร์แมนชั่น ฯลฯ
  37.  หลังม.มีทางรถไฟ+กลิ่นขี้หมูเล็กน้อย
     
           ตอนที่ฉันเรียนเวลาฝนตก หลังจากนั้น กลิ่นขี้หมูตลบอบอวลไปหมด หมูเป็นสินค้าหลักของนครปฐม ไม่ต้องบอกก็รู้ อิอิ
       
  38. เด็กเด็ค คืออะไรที่สาวๆใฝ่ฝันหา ทั้งใน+นอกมหาลัย เอกที่เด่นดังคือ นิเทศน์ศิลป์ อินทีเรีย ประยุกต์ศิลป์ เซรามิก อะไรยังงี้
    ได้มาคน ถึงได้รู้ว่า เซรามิกมาเรียนที่ทับแก้ว
  39.  ถาปัด เวลารับน้องจะมีการแสดงที่แตกต่าง ใช้กลองที่ไม่เหมือนใคร +ไม่เคยมีใครฟังเพลงของเค้ารู้เรื่อง 
         ฉันคิดว่า คณะนี้เข้ากับคณะอื่นไม่ได้ที่สุดแล้วสมัยฉันเรียน แถม จิตกำ ยัง ไม่ค่อย กินเส้น     กับถาปัดอีก ความคิดเห็นส่วนตัวเน้อ
  40.   หลีดอักษร เป็นอะไรที่ทุกคนอยากดู
          รุ่นฉันมาเป็นแอร์เต็มเลย
  41.  ผู้หญิงดุริยางค์ ใส่พลีตยาวคลุมตาตุ่มแทบทุกคน
  42.  หอนอก หอใน บางทีราคาเท่ากันเลย
  43.  เทวาลัยคเณศ ในพระราชวังสนามจันทร์ มองผ่านไปเห็นยอดองค์พระปฐมเจดีย์ที่สวยงาม      ที่ที่แสนสุข ศักดิ์สิทธ์ ของฉัน วันว่างเช้าๆก็ไปวิ่ง ไปตักบาตร แถวนั้นด้วย
  44.  ร้านส้มตำพี่ยิ้มที่ เอ 2 อร่อยทุกอย่าง ยกเว้น ส้มตำ
  45.  ในช่วงเวลาใกล้สอบ ที่นั่งหอสมุดที่เคยรกร้างจะถูกจับจองจนเต็มตั่งแต่ตอนที่หอสมุดเปิด
           เป็นที่สิงของฉัน นิยายเยอะมาก ต้องไปหาตามตู้อื่นๆ เพราะคนชอบซ่อนไว้
     
  46.  ศิลปากรนิยม มีเพียงเด็กจิตรกรรม+เด็กอักษรร้องเท่านั้นเนื้อเพลง ศิลปากรนิยมมะมา เรามารื่นเริง....มะมา เรามาบันเทิง
  47. มะมา เรามารื่นเริง....เริงรื่นชื่นสำราญยามเรียนเราเรียนเพราะรัก....เราฝึกหัดเพื่อชำนาญ
    ยามพักเราแสนสนุก.....เราเป็นสุขจากผลของงาน
    ศิลปะแสนบริสุทธิ์......ผุดผ่องดั่งแสงจันทร์
    ปราศไฝและไร้ฝ้า.....เปรียบจันทราคราไร้หมอกควันศิลปินอยู่เพื่ออะไร....ยืนยงเพื่อจรรโลงสิ่งไหนแต่ศิลปินก็ภาคภูมิในใจ...ที่ได้สร้างเพื่อมนุสธรรมดู ซี สวยแท้ปานใด......ศิลปะ ภพเลิศไฉไล
    กลิ่นสีและกาวแป้ง.....ดุจดั่งแรงส่งเสริมใจ
    มนุษย์เราหากรักศิลป์....สิ่งซึ่งงามวิไล
    มวลมนุษย์คงสดชื่น....เริงรื่นศิวิไลมะมา เรามารื่นเริง....มะมา เรามาบันเทิง
    มะมา เรามารื่นเริง....เชิงชื่นรื่นสำราญฉันว่ามันแปลกๆ ตรง มะมา แต่ ก็ขลังอะนะ
  48.  ห้องแล็ปชั้น 2 ของตึก 50 ปีคณะอักษรศาสตร์ เคยมีคนผูกคอตายกับขื่อทีวีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

49         อักษรมีศาลคณะที่ศักดิ์สิทธิ์ เดิมเป็นเพียงคณะเดียวที่มีศาล อยู่

              หน้าอาคารทรงพล

50         เด็กแต่ละคณะมีบุคลิกที่แตกต่างกันสุด


51.      รับน้องรวม กีฬาเฟรชชี่ คือ เทสกาลหาคุ่ของเด็กทุกคน
          ถูกกกกกกกกก ขนาดไม่ตั้งใจนะเนี่ย
       
52. งานลอยกระทงของมหาลัย ใครพาแฟนมาลอยที่สระแก้ว---เลิกกัน พาคนที่แอบชอบมาลอย---เป็นแฟนกัน แต่เห็นทีไร แอบชอบใครก้อเขยิบเข้าไปลอยใกล้ๆทุกที แต่ก้อยังไม่ได้เป็นแฟนกัน

อันนี้ไม่ตรงง่ะ

53. งานกิฟต์ คืองานขายของทำมือจากเด็กเด็ค ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสารทิศ ใครต่อใครก้อพากันมาเดิน

กิ๊บเก๋ ยูเรก้ามากมาย ชอบดูคอนต่อ ส่วนใหญ่เพลงจะมันแต่ฟังไม่รู้เรื่อง นิน่า ฉันถึงชอบเพลงใต้ดิน

54. ศิลปากรมีทั้งหมด 4 ฝั่ง คือ วังท่าพระ (จิตรกรรม ถาปัด โบราณ เด็ค) / ตลิ่งชัน (ดุริยางค์ มัลติ วาแตล) / ทับแก้ว หรือพระราชวังสนามจันทร์ (อักษร ศึกษา วิทยา วิดวะ เภสัช คณะวาดรูป

ในบางปี โรงเรียนสาธิต) / เพชรบุรี ( ไอซีที สัตสาด การจัดการ)

 

55. ผู้ก่อตั้งมหาลัย คือ ศาสตราจาร์ยศิลป์ พีระศรี ชาวอิตาเลียน

 นาย..ถ้าฉันตาย  นายคิดถึงฉัน  นายรักฉัน  นายไม่ต้องทำอะไร...นาย...ทำงาน..”

                                                                     ศ.ศิลป์ พีระศรี    


 ฉันตายไปโดยไม่เสียใจ   เพราะฉันได้ทำงานที่ฉันรัก    นั่นคือเป็นผู้รับใช้ต้อยต่ำต่องานศิลปะของฉัน ”    ศ.ศิลป์ พีระศรี

เท่ชะมัด

56. เพศที่สามสามารถแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาหญิงได้ ทั้งมาเรียนและมาสอบ

57. ตึกกะทะ อาคารหอประชุมที่ดูยังงัยก้อม่ายเหมือนกะทะ

       ก็เหมือนนะ 

58. เรียนตึกกระทะทีไร ถ้าไม่เช็กชื่ออย่าหวังว่าจะโผล่ไป
       มัวแต่นอนหลับอยู่ในหอ  

59. สโนไวท์ คือ ร้านอาหารที่มีความนิยมมากที่ทับแก้ว เด็กที่นั่นทุกคนต้องเคยไปกิน


60. ข้าวต้มหลังมอ ร้านข้าวต้มสุดคลาสสิก(อีกนัยคือโบราณมากๆ) ถูก อร่อย อิ่มมาก (หลังจากกินเสร็จใหม่ๆเท่านั้น)
        มีปลาทูโป๊ะแสนแพงขายด้วย
 
61. จั๊กกี้ คือน้องจักรยาน


62. จันทร์พาเลส หอรวมที่หรูสุดในแถบนั่นแล้วมั้ง

63. สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ชื่อดูหรูความจริงคือ ลากกว้างขนาดใหญ่ที่มีแป้นบาสอยู่ 2 อัน เอาไว้ประดับสนามเวลาเตะบอล ไม่มีงานจริงๆเด็กส่วนใหญ่ไม่เคยเฉียดกรายไป


64. ตึกคณะสัตสาด เค้าว่ากันว่าสร้างผิดหลักฮ้วงจุ้ยอย่างแรง เด็กเรียกร้องให้หาอะไรมาเสริมดวงคณะด่วน

65. ที่เพชรบุรีไม่มีหอนอก

66. ยังไม่พอ 7/11ก้อไม่มี มีแค่ร้านขายของผู้ยึดครองกลุ่มเป้าหมายทั้งมหาลัยเพียงร้านเดียว

67. ข่าวดี เทอมนี้หอที่นั่น อยู่ 5 คน


68. SMA หรือ สมา คือการประกวดวงดนตรีภายใน

69. สมามันทุกปีมีกี่วันคนดูแน่นตลอดทั้งๆเป็นช่วงใกล้สอบมากๆ
... แหม มันกำลังเครียดไง ต้องไปดู บางวงมันเมาๆ ฮาๆ (มันเมาตั้งแต่ก่อนขึ้นไปร้องแล้ว ไอ้ที่เวลาปกติดูดี พอขึ้นเวทีนี่ rating ตกกระจาย)

70. อกทก. ย่อมาจาก องค์การกระเทยทับแก้ว กระเทยทุกคนเป็นเมมเบอร์ฟรีตลอดชีพ จบไปก้อยังมีคนคิดถึงอยู่ตลอด
ตอนเรียน จัดเป็นทีมวอลเล่ย์ พร้อมสำรองได้เลย

71. ยามกลางวันแทบจะไม่เคยเห็นพวกเด็กที่เรียนวาดรูป พระอาทิตย์ตกดิน หรือเลยไปยันใกล้เช้านั่นแหละ คึกคักออกมาเผยโฉมกันเต็มไปหมด


72. ปีนี้มหาลัยครบรอบ 65 ปี


73. เด็กศิลปากร ไม่ได้เป็นเด็กแนวทุกคนนะคะ อย่าเหมารวม

ที่ทำงานมีเด็กศิลปากรสิบคน แปลกหมดเลย

74. ตลาดนัด -- ที่สังสรรค์+ช้อปปิ้งของเด็กทับแก้วทุกวันพุธ ขาดเธอไปเด็กที่นี่คงแย่


75. ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น คือคำขวัญที่อยู่ในใจของเด็กศิลปากรทุกคน

76. หากสนใจในศิลปากร อยากสัมผัสบรรยากาศที่ชิวกันทั้งมหาลัย ก้อมาเยี่ยมเยียนได้นะคะ

หรือหากสนใจข้อมูลข่าวสารต่างๆของมหาลัยก้อ http://www.su.ac.th หรือเรื่องราวของคณะ

ต่างก้อต้อง http://www.smo.su.ac.th ขอบคุณทุกเม้นท์นะคะ ยินดี ต้อนรับน้องใหม่ทุกคนคะ

น้องเก่งมาก คิดได้ไง

77. ซ.เถิดเทิง คือชอยที่มีบ้านเช่าของเด็กเด็คอยู่เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่ากันว่าหลงเข้าไป

แล้วคุณจะติดใจ

78. เต้นท์เขียว คือแหล่งรวมร้านอาหารยามเย็นไปจนดึกดื่น

79. ถามเด็กทับแก้วรุ่นก่อนดู ใครไม่รู้จักร้านสถานี หรือร้านสบายในปัจจุบันบ้าง ร้อยละ 90

ต้องเคยไปเมาอยู่ที่นี่แน่นอน


80. ตลาดนัดเวลล์ มีวันเดียวกับตลาดนัดในม. ไปมันทุกอาทิตย์ทั้งที่ยังม่ายรุว่าจะซื้ออะไรดี

       สมัยฉันต้ององค์พระเท่านั้น

81. ร้อยทั้งร้อยของเด็กศิลปากรต้องเคยอุดหนุนตุ๊กตาหมี หรือสร้อยสลักชื่อของพี่เด๋อ กะเจ๊ป๋อมเจ้าประจำในตลาดนัด มีงานกี่งานคู่นี้ออกร้าน+ขายดีตลอด


82. ใหญ่สุกี้กะทะร้อน ทำไมที่อาร์ตให้น้อยกว่าตรงเต้นท์เขียว แถมรอนานกว่า

มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


83. คลีนิคหมอประทีปที่อยู่ตรงประตูฝั่งสาธิต ต้องมีสักครั้งที่คุณหลงเข้าไปหายามเจ็บไข้ได้ป่วย
ไม่เคยไปง่ะ

84. งานคืนหนึ่งหนังไทย มักมีแบบเงียบๆๆๆๆๆๆๆ ไร้การโปรโมต คืนนี้ฉายหนังอะไรต้องไปถามเด็กหอในเอา แถมตารางการฉายก้อไม่แน่นอนขึ้นๆลงๆเป็นประจำ
... หึหึ มันคือเอกลักษณ์ของงานนี้จ้า ถ้ารักจะดูต้องตามกันเอง

85. เพลย์กราวนด์ คือวงดนตรีที่มาเล่นในงานรับน้องรวมบ่อยมากในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เล่นมา 3 ปีแล้วงิ
ชอบบบบบบบบบบบ

86. สะพานสระแก้ว คือจุดชมวิวงามเย็น ที่นั่งจีบกันของคู่รักข้าวใหม่ปลามัน
 เคยแต่ไปแอบดู อิอิ

87. หากมองเลยไปสักนิด คุณจะเห็นวงขี้เหล้ามาคอยเล่นดนตรีขับกล่อมบรรเลงเพลงให้เข้ากับการจีบกันของคุณ

ใครจีบกันตรงนั้น ช่างกล้า

88. ศาลา 8 เหลี่ยม ที่สิงสถิตของใครต่อใคร เอาไว้แซวสาววันที่มีตลาดนัดก้อเข้าที กินข้าวกลางวันก้อเหมาะ บางครั้งแอบยามมากินเหล้าก้อได้ใจ (แต่แมร่งโคตรมือเลย ก้อไม่มีไฟสักดวง)


89. หากผ่านคณะอักษรตอนกลางคืน แล้วได้ยินเสียงร้อง อ้า อ้า

อ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดังขึ้นมา อย่าตกใจไป เค้ากำลังโปรเจคเสียงเพื่อซ้อมละครกันอยู่


90. จักรยานหาย อย่าตกใจ ลองไปเดินหาแถวแดนสนธยาดิ อาจพบเป้าหมายของคุณ

91. พวกเด็กวาดรูปไม่ได้ขโมย แค่ยืมไปขี่แล้วว่าจะเอาไปคืน แต่จำไม่ได้ว่าเอามาจากที่ไหนก้อเลยรอให้เจ้าขงมาตามเอง
.

92. ศาลาขาว ริมน้ำ ในตอนกลางคืน เห็นคนเป็นคู่ จูฮุกกรู อย่าเข้าไปขัดหละ


93. เด็กหลายคนที่นี้อาจเคยโดนคำถามแบบนี้
" เรียนที่ไหนเหรอจะ" เพิ่ลแม่ถาม
"ศิลปากรคะ"
"เก่งจังสอบวาดรูปติดที่นี่เลยเหรอ ไปแอบฝึกมาตอนไหนละลูก"
"+-+" งงไปเลย

เคยแต่โดนถามว่า เรียนรำไทย อะไรประมาณนี้

94. ร้านข้าวที่องค์พระไม่ได้อร่อยทุกร้านเสมอไป

ถูกกกกกกกก

95. ที่ตั้งของศิลปากรเพชรบุรี ที่อยู่ตามไปรษณีย์ อ.หัวหิน ที่อยู่ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่

เป็นจริง ---เลยมอนิดหน่อยก้อออกประจวบแล้วดิ


96. ศิลปากรสอนให้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และรอบด้าน หากเรียนที่นี้แล้วมุ่งหวังแต่กระดาษที่เรียกว่า ใบปริญญาเพียงแผ่นเดียว เชิญร้านถ่ายเอกสารเลยค่ะ

ใช่ ก็บ้าคลั่งข้อมูลมาตลอด

97. สุนัขจรจัดหน้า 7/11 ดุมาก วันไหนอารมณ์ดีก้อดีดี๊สงบนิ่ง วันไหนอารมณ์เสีย เห่าซะแม่รง

อยู่นั่น ใครมองก้อวิ่งไล่เค้าซะอย่างงั้น


98. หลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า บัตรผ่านประตูเข้าออกที่ทับแก้วน้นเสียเวลา ทำให้รถติดมากขึ้น ข้อดีมีข้อเดียวคือ ป้องกันรถหาย


99. หน้ามอที่ทับแก้วเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก
ใช่

100.มาเรียนที่นี้กันเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆนะคะ เด็กศิลปากรก้อช่วยกันเม้นท์ด้วยนะ

แหม ช่างคิดจริงน้อง

 

 

มาต่อทางคณะอักษร ทับแก้วกันบ้าง มันช่างโด้นนนนนนนโดน


ศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยเดียว ที่ไม่มีการ Boom มหาลัย

แต่ก่อนถ้าบอกว่าเรียนที่ศิลปากร มักโดนถามกลับว่า "แล้วเล่นเป็นตัวยักษ์หรือลิงล่ะลูก?" - -"


วันครบรอบการก่อตั้งมหาลัยคือ 12 ต.ค.ของทุกปีเด้อ

วันที่ 15 ก.ย. คือ วันอาจารย์ศิลป์ (วันคล้ายวันเกิด)ในทุกปีจะมีงานรื่นเริงและของขายมากมาย ณ วังท่าพระ

วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์(ทับแก้ว)

คณะแรกของวิทยาเขตนี้คือคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ 5 (รหัสขึ้นต้น 05) ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

มีเพลงประจำวิทยาเขตคือเพลง ศรีสนามจันทร์ ซึ่งเเต่งโดย ว.วินิจฉัยกุล สมัยที่เป็นอ.ในยุคบุกเบิกของอักษร

นอกจากนี้ ว.วินิจฉัยกุล ยังแต่งนวนิยายเรื่อง "น้ำใสใจจริง" โดยทั้งฉากหลังและเรื่องราวเกิดขึ้นที่คณะอักษรในสมัยบุกเบิกเช่นกัน และมีอ.สกุล บุณยทัต(สอนละครอยู่ที่อักษร)เป็นตัวเอกในเรื่อง

ที่ทับแก้วริมบึงปรับปรุงใหม่แล้ว (เมื่อปี'48-'49 นี่เอง)

คลองตรงหน้าประตูฝั่งมาลัยแมนก็ถมแล้ว ตัดต้นไม้เกลี้ยง

จริงๆ อาคาร 50 ปี เป็นอาคารเรียนรวมของทุกคณะ แต่เนื่องจากคณะอักษรไม่มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เลยมาใช้ตึกนี้เรียนตลอด ผลก็คือตอนนี้อาคาร 50 ปี มีชื่อเรียกกันติดปากว่าตึกอักษรฯ

คณะอักษรใส่ไปรเวทมาเรียนได้ ส่วนใหญ่จะเริ่มใส่กันตอนปีสอง หรือปีหนึ่งครึ่งหลัง บางทีเดินมานึกว่าเด็กเรียนอินเตอร์ ขณะนี้ปีหนึ่งภาคแรกก็เริ่มใส่กันแล้วในคาบเรียนรวม

ศึกษาศาสตร์คือคณะที่มีนักศึกษามาลงเรียนมากที่สุด (โดยเฉพาะเด้กจากวิศวะเทคโน) อย่าลืมลงเรียนวิชาอาจารย์คณิต และอาจารย์โรม เด็กเทคโนบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองเรียน คณะศึกษาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

ต่อจากข้างบน วิชาที่มีคนมาลงเรียนมากที่สุดคือ Sports Ed ว่ากันว่าใครไม่เรียนวิชานี้เหมือนไม่ได้จบจากทับแก้ว

ที่ทับแก้วนักศึกษาโชว์บัตรสามารถวางแผงขายของตลาดนัดวันพุธได้ในราคาถูก

ตึก 50 ปี ปิดสองทุ่ม แต่ลิฟท์ปิดหกโมงเย็น จริงๆ บางทีห้าโมงครึ่งก็ปิดแล้ว

กลางสะพานสระแก้วมีร่องรอยน้ำตาเทียนเหลืองๆ คล้ายๆ มีการประกอบพิธีกรรมอะไรซักอย่าง วันดีคืนดีจะมีซากฝาเบียร์และขวดเบียร์หลงอยู่ด้วย

ประตู+ป้ายมหา'ลัยแห่งแรกของฝั่งทับแก้วอยู่ฝั่งพระราชวังฯ จริงๆเเล้วป้ายนี้ถือเป็นป้ายมหาลัยอันเเรกด้วย เเล้วย้ายมาอยู่ที่ฝั่งทับเเก้วตอนที่เริ่มก่อตั้งวิทยาเขตใหม่ๆ เเล้วพอก่อตั้งฝั่งเพชรบุรี ป้ายนี้ก่อถูกย้ายไปที่นั่น ก่อนที่จะย้ายกลับมาที่ทับเเก้วอย่างถาวร

มาคอนเฟิร์มเรื่องตกปลาในสระแก้ว คนกินเอฟ 1 ตัว คนตกเอฟ 2 ตัว (ปล.ตกปลามาสองตัวนะ)

ที่ศิลปากร ทับแก้ว ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ลงในน้ำจะติด F ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ขึ้นจากน้ำจะได้ A บางคนเห็นตุ๊ดตู่กำลังขึ้นจากน้ำแล้วกลับไปลงน้ำเลย F ไปซะ ในขณะที่บางคนเห็นตุ๊ดตู่ว่ายเวียนวนทำท่าเหมือนจะขึ้นอยู่นั่น จ้องก็แล้วอะไรก็แล้ว ไม่ยอมขึ้นมาซักที นั่นหมายความว่าอย่าหวัง A อีกเลย

เหอเหอ

และถ้ามาศิลปากร ทับแก้ว ถ้าไม่เจอตุ๊ดตู่แสดงว่ามาไม่ถึงศิลปากร

แต่ก่อนบริเวณหอในหญิงจะมีลานนม (ชอบไปนั่งกินข้าวเย็นริมบึง)ตอนนี้ไม่มีแล้ว สร้างหอทับ

ตึกกระทะ เป็นหอประชุมเล็กที่ใช้เรียนรวม

แต่ละคณะมักจะมีเธค เด็กคณะอื่นมาแจมได้ (อักษรไม่เห็นมีอ้ะ)

เธคของคณะเทคโน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนคุมเสมอ

+++สาดรุ่น 1 รับน้องโดยวิดยา เลยทำให้สองคณะนี้เคยเป็นพี่น้องกัน

แต่ก่อนในทับแก้วจะมีแค่คณะอักษร กับ ศึกษา ที่มีลีด ตอนนี้เภสัชก็มีมั่งแล้ว ส่วนลีดเทคโน กับวิทยา เป็นผู้ชาย หลีดเทคโนแข็งขันมากประหนึ่งนักเรียนนายร้อย ส่วนหลีดวิทยาน่าจะเป็นพวกซูเปอร์แมนนั่นเอง

ลีดอักษร เป็นคณะเดียวที่ได้รับเกียรติให้เต้นเพลง Santa Lucia กับ กลิ่นจัน (เพลงมหาลัย)

ในวันสุดท้ายของ freshy game

ขึ้นชื่อว่าอักษร นอกจากจะสอนภาษาเเละมนุษยศาสตร์เเล้ว คณะนี้ยังสอนศิลปะเเทบทุกอย่าง ตั้งเเต่วรรณศิลป์ ทัศนศิลป สังคีตศิลป์ ยันการละคร เรียกได้ว่าเป็นคณะที่เรียนครอบจักรวาล

อักษรมีโรงละครของตัวเอง 2 โรง คือ A4 เเละโรงละครทรงพล ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของพวกเอกนาฏศาสตร์ (การละคร)

โรงละครทรงพลของคณะอักษร เค้าเล่าลือกันว่ามีสิ่งลี้ลับ (ก่อนจะเข้าไปทำกิจกรรมอะไร รุ่นพี่จะให้พวกน้อง ๆ ปีหนึ่งจุดธูปไหว้ก่อน)

วันสุดท้ายของพิธีรับน้อง รุ่นพี่จะให้น้องปี 1 หลับตา แล้วพวกพี่ๆจะจุดเทียนร้องเพลง พวกพี่ๆ จะมาผูกข้อมือน้อง เล่นเอาน้ำตาไหล

มีเรื่องเล่าขานของหอหญิง 3 และ 4 ว่า สร้างทับคุกเก่า เคยมีแม่บ้านหอ 4 เล่าว่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน

หนุ่มๆ คณะวิทยา ชอบจีบสาวอักษร ส่วนคณะเทคโนฯ จะชอบจีบสาวศึกษา จนมีคำขวัญประจำ

วิทยาเขตว่า 'อักษร-วิดยา ศึกษา-เทคโน'แต่เด็กเทคโนเป็นแฟนกับเด็กอักษรก็มีมากนะ (ที่จริงไม่น่าใช่หรอก เพราะสแตนเชียร์ของอักษรกับวิทยามันอยู่ตรงข้ามกัน เลยชอบแซวกันเอง ส่วนของศึกษากับเทคโนก็เหมือนกัน)

ท้องฟ้าคณะวิทยาศาสตร์ ไม่มีดาว (มีแต่ซุปเปอร์แมน ชอบก่อกวนชาวบ้านเวลางานกีฬาเฟรชชี่) ออกแนวทะลึ่ง+น่ากลัว

อาหารสุดฮอต (ตอนนั้น) คือกระทะร้อนนานาชนิดข้างม.(ร้านใหญ่กระทะร้อน)อาหารที่อาร์ต( อาร์ตเอเวอร์นิว )ส่วนร้านเครื่องดื่ม มี แฮบปี้คูล เดี๋ยวนี้เปิดในมอแล้ว เต็นท์เขียวอีกที่ ศูนย์รวมเด็กม.ตอนเย็น ๆ

หน้าม.จะมีร้านลุง ทำทูน่า3รสอร่อยสุดยอด

ตอนเย็นๆ Art Avenue คือแหล่งรวมเด็กหอข้างๆ ม. ในนั้นมีร้าน Tipto เป็นร้านเช่าการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในนครปฐม

กิจกรรมยอดฮิตตอนดึกของเด็กหอคือ คาราโอเกะ (ถ้าหอนอกก็ Spirit , Little Shake เอิ๊ก ๆ)

หมูย่างโรงแรมเวลล์อร่อยมากกกก เล่ากันว่า ป้าที่ขายหมูเวลล์เคยเป็นมาม่าซังมาก่อน จากนั้นลุงคนขายก็มาจีบจนเป็นตำนานรักหมูเวลล์ ชายใดหวังจะจีบหญิงให้ซื้อหมูเวลล์ไปฝาก เด็กที่บ้านอยู่ไกลจะได้อยู่หอ บ้านใกล้หาหอนอกอยู่เอาเอง ปี51 เด็กกรุงเทพฯไม่ได้หอในกันเพียบ

บางทีเราก็แยกไม่ออกหรือลืมไปว่าอาร์ทมันอยู่นอกรั้วมหาลัยแล้ว รวมถึงพระราชวังสนามจันทร์ มันติดกันเกินไป

ซอยข้างม.ทางเข้าพระราชวังเป็นถนนนะไม่ใช่ซอย มีชื่อด้วย "ถนนราชมรรคาใน" แต่มีจักรยานกับมอไซด์เป็นส่วนมากของเด็กทับแก้วทั้งนั้นแหละ แถมเป็นถนนตันอีก นานๆก็มีรถทัวร์มาลงที

จากข้างบน ทัวร์เค้ามาลงพระราชวังสนามจันทร์นะ แต่วันดีคืนมีคณะนักท่องเที่ยวมาทัวร์ในม.เรา ให้มันได้งี้สิ! ม.เราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว


หอชายที่นี่จะใช้ชื่อว่า หอทับแก้ว ส่วนหอหญิงเรียกว่า หอเพชรรัตน์ มีหอทับแก้ว 3 หลุดไปอยู่ข้าง ๆเพชรช็อป ตรงข้ามกับหอหญิงอยู่หอเดียว สบายไป ส่วนหอทับแก้ว 1 และ 2 อยู่ทางฝั่งศึกษา

ใครจับปลาในสระแก้วมากินจะเปอร์

ตอนนี้ไม่มีลานนมแล้วเหรอ เสียดายจัง มีแต่ว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เพชรช็อป อ่านว่า เพ็ด ฉอบ

แล้วตอนนี้ก็มีเพ็ดฉอบสอง อยู่ตรงข้ามกัน มีสะพานข้ามไปด้วย จัดเสียสวยเชียว

จากข้างบน ถ้าเข้าหลังรุ่นปี49 ก็ไม่รู้หรอก ว่าเพชรช้อบใหม่ช่างแตกต่างสิ้นเชิงกับเพชรช้อบเก่า นอกจากรุ่นพี่จะบรรยาย

หอพักหญิงปิด 4 ทุ่ม ยกเว้นคืนวันศุกร์และเสาร์ปิด 5 ทุ่ม แต่หอชายเปิดตลอด (หอชายก็มีปิดนะ 5 ทุ่มครึ่ง)

รุ่นปี47 คือรุ่นแรกที่ได้ใช้หอ7 ทำให้หอ7มีเด็กรหัส47มากสุดใน4ปี (จบกันปีนี้นิ '51)

สมัยก่อนพาหนะประจำตัวคือ...จักรยาน และถ้าหากจักรยานท่านหายควรไปหาที่ตึกถาปัดก่อน

จักรยานเด็กอักษรหายประจำ ตามได้ที่แถวตึกเดค
ว่ากันว่า รถโบราณ ประมาณ จับหมู เวสป้า volk เต่า เขาชอบกันมาก
มีลานนม และสระแก้ว แล้วก็ศาลาโกหก

มีวันล่าเอี้ย ด้วยล่ะ

มีบ้านจักรยานเป็นที่ซ่อมจักรยานของนักศึกษา น่ากลัวได้อีก บรรยากาศหลอนมากขนาดเป็นตอนกลางวันถ้าเงียบ ๆ ยังไม่กล้าขับผ่านคนเดียว

แต่ก่อนนอกจากจะมีสระแก้วแล้ว ก็มีสระขวด หน้าคณะศึกษา แต่ตอนนี้กลายเป็นตึกศึกษาไปแล้ว

เด็กทับแก้วเชื่อกันว่า ใครที่มาอยู่ที่นี้จะต้องมีใฝ่หรือขี้แมลงวันบนมือหรือนิ้วทุกคน ไม่เชิ่อก็ลองเอามือมาดูซิ

คนอื่นชอบมองว่าเด็กหอหญิง 7 เป็นเด็กไฮโซเนื่องจากราคาที่แตกต่างจากหออื่น ลิบลับ

แก้วน้ำที่ใส่น้ำดื่มเอาขวดโหลกาแฟมาทำเป็นแก้วน้ำ น้ำแข็งแก้วละบาท

กระดานฝากรักจะอยู่หน้าร้านนมที่เพชรช็อป (จบไปเมื่อปี 47 เดี๋ยวนี้ยังอยู่หรือเปล่าอะจ๊ะ)

ถ้าตุ๊ดตู่ข้ามถนนต้องหยุดรถแล้วให้เค้าข้ามก่อน

เป็นมหาลัยที่ต้นไม้เยอะมากๆและร่มรื่นที่สุด น่าอยู่ (ปี 2550)เริ่มหดหายไปมากตึกและตึกผุดมามากยังกับดอกเห็ด

โรงอาหารอักษรชื่อ ยูเนียน ส่วนโรงอาหารข้างหอ ชื่อเพชรช๊อป

นักศึกษาวิทยาปี1 ต้องเรียนเปตองเพื่อเป็นตัวช่วยโดยเฉพาะ วิดยา และเทคโน ลงกับเพียบ

 

ทับแก้ว เคยเป็นสถานที่ที่เด็ก+++สาดรุ่น1-3 มาเรียน

ถึงชื่อมหาลัยจะเน้นศิลปะแต่ทางด้านวิทยาศาสตร์เราก็แข็งมากๆ โดยเฉพาะฟิสิกส์ คณะเทคโนตกกันครึ่งคณะเชียว แต่เด็กฟิสิกส์ตกเคมีกันยกเอก

คณะวิดยาจัดงานรื่นเริงบ่อยมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะเธคกะโฟล์กซอง

สะพานสระแก้วแต่ก่อนไม่มีไฟ แต่เดี๋ยวนี้ติดแล้วเพื่อความปลอดภัยเพราะแต่ก่อนมีคนมาทะเลาะกันที่สระแก้ว แล้วยามไม่รู้เอามีดฟันกันเลย

แล้วโคมไฟที่สะพานสระแก้วก้อเหมือนจานบิน แต่แทงค์น้ำตรงทางเข้าตึกอธิการบดีน่าจะเป็นจานบินจริงๆ

สะพานสระแก้ว อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปากร สนามจันทร์เลยทีเดียว ใครไม่เคยมานั่งสะพานสระแก้วตอนเรียนที่นี่ ไปตายซะ !!!!

คณะวิทยาฯจะเป็นที่เรียนรวมของคณะเทคโน เภสัช อักษร ศึกษาบางสาขา จึงทำให้คณะวิทยาฯไม่เคยเงียบ ในขณะที่คณะเทคโนเงียบได้อีก

ตึก รวท. เหมือนกระทะ มากกว่าตึกกระทะจริงๆซะอีก เค้าว่ากันอย่างนั้น

ปัจจุบันยังมีเด็ก+++สาดรุ่นเก่าเรียนอยู่ทับแก้ว (เมื่อไหร่จะปล่อย+++ไปสักที T_T)

เป็นจุดเดียวของจังหวัดนะที่หนาวตอนหน้าหนาว จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมีงาน SMA จะกลายเป็นงานแฟชั่นหน้าหนาว

SMA หรือ Silpakorn Music Award คืองานประกวดดนตรีที่เน้นว่า +++เอามันส์ มากกว่า+++เอารางวัล จนคนดูต้องไปเต้นยัวเยียะกันหน้าเวที

ที่ไปเย้วๆๆกันไม่ใช่เพราะเพลงจาข้างบนมันจะมันมากมายอะไร แต่แห่กันไปเย้วเป็นหน้าม้าช่วยเพื่อนที่ประกวด ขนาดใกล้สอบก็ยังอยากไปดิ้นกันอยู่ ไม่กลัวตกกันเลยทีเดียว

ถ้ามาสะพานสระแก้วตอนเช้าในหน้าหนาวคุณควรเอาผ้านวมมาด้วย

พระท่านจะบิณฑบาตร 2 เวลา เวลาละรูปคือ 6 โมงครึ่งกับ 7 โมง

มีความเชื่อกันว่าอยู่หอในห้ามสวดคาถาชินบัญชร และเวลาแผ่เมตตาก็ให้ระบุชื่อคนรับด้วย มิฉะนั้น จะมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญอีกเพียบ (ไม่รู้จริงรึเปล่า)

ฝั่งทับแก้วจะเป็นที่รวมเด็กทุกคณะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างรับน้อง กีฬาเฟรชชี่ กีฬา

เฟรชชี่ปี 51" แยกกันจัดวิทยาเขตใครวิทยาเขตมัน
ณ บัดนี้ก้อยังไม่รู้ว่าตึกศิลป์1 เป็นของจิตรกรรมหรือเดคหรือว่าถาปัตย์กันแน่

ตึกศิลป์ 3 ก้อเช่นกัน หมายเหตุสวยมาก เค้าว่ากันว่าเป็นของเด็กเดคนะ

ห้องโถงบนศูนย์วิจัย เคยเป็นที่กบดานของเด็ก+++สาดรุ่นแรกๆ

เด็กที่นี่เรียกเด็กคณะมัณฑนศิลป์ว่าเด็กเดค

ตึกของคณะเทคโนเป็นตึกที่ใหญ่มากกกก มีกระดานดำให้เรียนด้วยน่ะเออ

ตึกห้าสิบปีตรงอักษร ลานหน้าศูนย์หนังสือ ตอนเย็นๆ ถึงดึก จะมีท่านอาจารย์มาเต้นลีลาศกัน

มหา'ลัยเริ่มรณรงค์เรื่องการกินเหล้า เพื่อให้เป็นมหาลัยสีขาว พวกเราจึงเริ่มเปลี่ยนมาบริโภคเหล้าขาวกันมากขึ้น

ยามหน้ามหาลัยเป็นมิตรกะกระเทย

ศิลปากรมีว้ากกระเทยน่ะจ๊ะ ว่ากันว่าน่ากลัวกว่าว้ากปกติอีก

วันพระใหญ่ คือวันรวมกระเทยเฟรชชี่มาทำกิจกรรมร่วมกัน

อ.ก.ท.ก. องค์การกะเทยทับแก้ว ตอนนี้มีเสื้อทีมแล้วนะ ประมาณพรางชมพู

เรื่องทำบุญ เด็กที่นี่ก็ชอบตักบาตรกันนะ มีพระองค์เดียวนั่นแหละ ถ้ามาไม่ทันก็..... วันพุธจะมีเชิญพระมานะที่สนามฟุตบอลมาตักบาตรกัน


กระเทยที่นี่เยอะมากกกกกกกกกกกกกกก และแต่งหญิงได้(บางคนสวยกว่าผู้หญิงแท้เสียอีก)

คณะที่ช่วยกันก่อตั้งฝั่งทับแก้วคือ อักษร ศึกษา วิดยา รวมถึงช่วยกันกำจัดวัชพืชที่ลอยอยู่ในสระแก้วในยุคแรกๆ ด้วย เพราะมันขึ้นเยอะมากกกกกกกถึงขนาดหนูวิ่งเล่นแล้วไม่ตกน้ำอ่ะ

ตลาดนัดวันพุธจะถูกบรรจุเป็นวิชา Marketing สำหรับนักศึกษาแล้ว

ตลาดนัดวันพุธ เป็นศูนย์รวมเสื้อผ้าแนวๆ ที่นำเทรนด์กว่าที่อื่นมั่กมายยยย และแหล่งอาหารตาสำหรับหนุ่มๆ เด็กที่นี่ชอบเอาของแฮนเมดมาขายกัน แล้วจะมีร้านเด็กแนวเพียบ เด็กที่อื่นนอกจากศิลปากรก็นิยมมาเดินกันมากมาย ของกินก้อเยอะมากกกกก

เรียนที่นี่ถ้าจะเอากระดาษใบเดียวที่เรียกว่า ปริญญาบัตร เชิญร้านถ่ายเอกสารดีกว่า เรียนจบยยากกกกกกกมาก

วิดวะ วิดยา เภ+++ คือ เรียนก็ยากกันship loss อาจยากกว่าหลายสถาบันดังอื่น แต่พอบอกว่า เรียนอยู่วิศวะศิลปากร โดนถามกลับว่า ศิลปากรมีวิศวะด้วยเหรอ ร่ำไป (มันน่างอนไหม)

เด็ก+++สาดรุ่น 1-3 ที่เรียนที่นี่ จะได้คะแนนจากวิดยาเป็นเลขลงตัวน้อยๆ เมื่อเทียบกับ วิดยา วิดวะ เภสัช (เศร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

และถ้าเรียนจบออกจากที่นี่ได้ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปชุดครุยคู่กับสะพานสระแก้ว และตึกแดนเนรมิต (พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ แห่งพระราชวังสนามจันทร์) ก็แสดงว่าไม่ได้จบจากทับแก้วอีก

ครุยวิทยฐานะของที่นี่อีกนิดเดียวก็จะเป็นชุดพ่อมดในแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว วิศวะ=กิฟฟินดอร์ เภสัช=สลิธิลิน อักษร=เรเวนคลอ วิดยา=ฮัฟเฟิลพัฟพ์ แต่รับรองครุยที่นี่สวยสง่ากว่ามากมาย

ศิลปากรถูกจัดเป็นมหาลัยขนาดใหญ่ของประเทศเทียบเท่าจุฬาฯหรือทามมายสาดแต่ ที่นี่ใช้เวลารับปริญญาแค่ 3ช.ม.ไม่ถึงครึ่งวันก็เสร็จ! (พระเทพฯพระราชทาน)

ตอนเป็นปีหนึ่งอาทิตย์แรก รู้สึกคิดถึงบ้าน พออยู่ไปอีกสองอาทิตย์ จำทางกลับบ้านไม่ได้

เหล้ากะเบียร์ เป็นเครื่องดื่มประจำมหาลัยไปแล้วจนในบางคณะ เราสามารถพบซากขวดได้ทุกที่แม้กระทั่งห้องน้ำ

มหาลัยเราเปิด 24 ชม.น่ะจ๊ะ เพราะเราไม่เคยหลับกันเร้ย อ่านหนังสือกันตรึม พบกันหน้าเซเว่น

ที่เซเว่นจะมีเครื่องชั่งน้ำหนัก เสียงดนตรีดังตลอด จนพี่เขาต้องไปเอาเสียงเพลงออก เด็กชั่งตรึมมากๆ

ไฮโซที่ไหนมาเจอศิลปากรเข้าไปความเซอร์เข้าสิงทันที เห็นเซอร์ๆ อย่าดูถูก ขับรถเบ้นซ์มาเรียนแต่เอาเข้าไม่ได้เลยต้องจอดข้างนอกแล้วเดินมาเรียนในมอ ไม่ก็ปั่นจักรยานเข้ามา

อยู่ในมอชั้นว่าชั้นแต่งตัวก้อธรรมดาเหมือนคนอื่น แต่พอออกนอกมอไปข้างนอกทำไมมีแต่คนมองว่ะ

เครื่องแต่งกายอย่างหนึ่งที่ต้องรู้จัก แล้วก็ผูกกันจนเชี่ยวคือ กางเกงเล อ้อมีห้ายอ เป็นสไตล์เด็กเรา แต่ว่าจำไม่ได้ ยาง ยืด ยีน ย่าม ยาว

สันทนาการที่ว่ากันว่าถึกมั่กมายก้อเหงจะเป็น จิตรกรรม กับ วิดยา เพราะเป็นชายล้วน หนำซ้ำยังใช้มือตีอีก อู้ววว์จ๊อด สันทนาการของวิทยาเป็นอะไรที่ทุ่มเทมาก เต้นกันสุดตัวสุดใจ

ช่วงรับปริญญาคุณจะเห็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหาจากมหาลัยอื่นได้ และผู้ปกครองก้ออย่าตกใจที่เห็นลูกของท่านเป็นอะไรกัน ฮ่าๆๆ

ใครอย่าไปโดดน้ำข้างตึกวิทย์4ของคณะวิดยาน่ะ เพราะคุณอาจจะไม่รอดได้ เต็มไปด้วยสารเคมีจากภาคเคมี

วันดีคืนดี คูน้ำหน้าคณะวิทยาจะน้ำเหม็นมากจนปลาขึ้นอ้าปากหายใจเต็มคูเลย เพราะว่าเป็นน้ำสารเคมี

เขาว่ากันว่า มีแก๊งบ้าพลัง ปั่นจักยาน เฟรชสัน สนามจันทร์ยัน หาดเจ้าสำราญ

ว่ากันว่าทับแก้ว 1 เคยเป็นทั้งหอพักและอาคารเรียน

ทับแก้ว 3 เปิดเป็นหอชายครั้งแรก 2540

เด็กปี 1 วิดยาทุกคนจะขนลุกเมื่อเดินผ่านลานจอดรถข้างตึกวิทย์ 4... เพราะมันเป็น...ลานเชียร์!!!! ขำๆ

ร้านน้ำเจ๊หลีเพชรช็อป อร่อยโคตรๆ รู้สึกชื่อร้านลิป

เหล้าขาวคือน้ำเปล่าสำหรับที่นี่ กินกันทุกวัน ก่อนสอบยังไม่เว้น (ส่วนมากจะเมาเข้าห้องสอบ)

ตอนเรียนที่นอนคือสะพานสระแก้วไม่ก็ตามศาลาไม่ก็ลานไทร ตอนสอบ ที่นอนคือหอสมุด

เพราะช่วงสอบปลายภาคจะเปิด 24 ชม. ห้องสมุดจะเต็มเอี๊ยดได้อีกเวลาสอบ หาที่นั่งอ่านหนังสือแทบไม่มี

นศ.ที่นี่บางคนลงตัวช่วยมากกว่าตัวที่เรียนซะอีก (เอกตัวช่วย)

ปลาที่สระแก้วเป็นปลาที่อ้วนและอยู่ดีกินดีมากที่สุดในโลก เพราะมีคนให้อาหารปลาทั้งวันทั้งคืน

(ตอนกลางวันเป็นขนมปัง แต่กลางคืนคืออาหารที่คนให้กินตอนกลางวัน โอ้กกกกกกก)

ตอนนี้หอหญิงปิด4ทุ่มครึ่ง หอชายปิด 5 ทุ่มครึ่ง

คณะที่ผู้หญิงน่ารักและมาแรงตอนนี้คือคณะเภสัช ที่จริงทุกคณะผู้หญิงก็ต้องมีสวย มีน่ารักกันทั้งนั้นล่ะ

พี่ตุ่มคนขายผลไม้ (รถมอไซด์พ่วง-ไม่รู้เดี่ยวนี้ยังมีรึเปล่า)ไม่ได้ขายกับสามีตัวเองนะ แต่เป็นคู่เขยกัน คือ พี่ตุ่มกับสามีจะสลับกันขายคู่กับ
สามีหรือภรรยาของน้องหรือพี่ตัวเองนี่แหละ (ไม่แน่ใจ) เคยถามพี่เขาแล้ว ก็ได้คำตอบว่า ถือเคล็ดผัวเมียไม่ควรขายของด้วยกัน ???

ใครอยู่ทับแก้วต้องรู้จัก "ป้ามุก" เมื่อก่อนขายผลไม้กะข้างบนนั่นแหละ แต่หลังจากมีปากเสียงนิดหน่อย ก็แยกตัวมาตั้งร้านที่ข้างตึกกะทะกะยูเนี่ยน เอาเป็นว่าอยากรู้จักใครในทับแก้วไปถามเจ๊มุกแล้วกานนนนน(มีไรเคลียร์มุกนะ ฮ๊า)

มีคนตกจากดาดฟ้า D5 (คืนหนึ่งในปี 41 เทอม 1)ลงมาโดนแทงค์น้ำบุบ (มุมตรงข้างห้องคอมมอน ทางเข้าเพชรช้อป)มีเสียงลือไปต่างๆ นานา ทั้งตายและไม่ตาย บ้างก็ว่าเป็นเด็กจากม.อื่นช้ำรักมาโดดตึก บ้างก็ว่าเป็นเด็กม.เรา เดินเล่นบนดาดฟ้าแล้วพลัดตกลงมา แต่ที่แน่ๆ หลังจากนั้นก็มีการปิดดาดฟ้า D5 เคยมีเปิดอยู่คืนนึง ให้นักศึกษาไปดูจันทรุปราคา

ลุงโกะ คือ ชื่อของผู้ก๋อตั้งและเจ้าของ Art Avenue (ไม่รู้ว่าแกยังอยู่ไหมนะ) และเป็นชายผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงว่าชอบหม้อสาวอักษร (ทั้งที่หน้าตาดีและไม่ดี)

ตาโกะเนี่ยยังเป็นเด็กจิตกำอีกด้วยนะ เรียนจบรุ่นเดียวกับติ๊ก กลิ่นสี และแกยังขาย postcard เป็นอาชีพเสริมอีก

ส่วนพี่สืบ ก็เป็นเด็กจิตกำอีกคนนึง เป็นคนนครปฐม แต่เรียนจบแล้วก็ยังชอบมาว่ายเวียนในทับแก้ว โดยมีพาหนะคือจักรยานรุ่นคุณปู่ พร้อม

กล้องคู่ใจ เที่ยวถ่ายรูปไปทั่ว เคยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นอจ. ตอนหลังถ่ายจนได้ดีไปทำงานร่วมกับหนังสือโว๊คในปารีส สาวสวยคนไหนไม่ได้ถ่ายรูปกับพี่สืบเชื่อว่าไม่ได้สวยจริงต้องพิจารณาตัวเอง ด้วย

พี่บอล (Scrubb) มีน้องสาวเรียนคณะอักษรฯ ชื่ออิ๊บ หน้าตาโขกกันออกมาเลย บางคนว่า อิ๊บ คือบอลตอนเป็นผู้หญิง ส่วนบอล คืออิ๊บตอนเป็นผู้ชาย !!!!

ตอนนี้คณะอักษรมีตึกใหม่แล้ว เรียก ตึก 36 ปี ตึกของเด็กอักษร เห็นมีเเต่พวกผู้ชายเทคโนมานั่งหน้าหม้อมองสาวอักษรกันประจำ - -"

ในสระแก้วเคยมีคนตาย5คน 3คนแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้วเป็นเด็กสามคน คนที่สี่คนงานล่าสุดเป็นนักศึกษาเทคโนเมื่อปี51นี้เอง นักศึกษาเทคโนคนนี้ตายในวันเกิดของตัวเอง

ผู้ชายอักษรหายากมาก กว่าครึ่งก็เป็นเกย์ ไม่ก็กะเทยไปเลย

ในขณะที่ผู้หญิงอักษรก็เยอะเกิ๊นนน มากมายจนละลานตา หลายคนก็ยังค้างเติ่งอยูบนคาน หาทางลงไม่ได้ เพราะผู้ชายสมัยนี้เริ่มน้อยลงทุกวัน นอกจากนี้บรรดากะเทยในคณะก็สวยกว่าผู้หญิงกันมากมาย

เรียนอักษรเหมือนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เหอเหอ

มีความเชื่อกันอีกว่า ถ้าไม่สามารถหาแฟนได้ภายในปีหนึ่ง ปีต่อ ๆ ไปก็อย่าหวัง

เรื่องผีในมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะมากมาย ใครมี sense มาอยู่ที่นี่รับรองได้เจอตลอดเวลา

คณะอักษรมีเรื่องเล่าลือในสิ่งลี้ลับตลอดเวลา เพราะเล่าลือกันว่าแต่ก่อนเป็นลานประหาร

คณะเทคโนก็มีเรื่องเล่าเรื่อง Blue Road เฮี้ยนเหมือนกัน

และถนนสายนี้เคยเป็นสถานที่รับน้องแสนโหดของ+++สาด

ศาลอักษรยกศาลใหม่แล้ว เพิ่งทำการบวงสรวงไปเอง

อาคารหอสมุดที่นี่อยู่ติดกับตึก ม.ล. ปิ่น ชั้นล่างก็ไปนั่งอ่านหนังสือได้ เงียบดีเหมือนกัน

ทุกสถานที่ในมหาวิทยาลัยที่มีที่นั่งชิล ๆจะมีร้านขนม กาแฟอยู่เสมอ

ชั้นล่างของหอสมุดจะมีร้านขายขนม กาแฟอยู่ด้วย แล้วก็มีโทรทัศน์มีโซฟา อารมณ์ประมาณล็อบบี้โรงแรม

เพชรช็อปกับยูเนี่ยนตอนกลางวัน อย่าหวังว่าจะมีที่นั่งกิน แน่นอย่าบอกใคร

บาร์นมอารมณ์ดี ตรงข้ามมหาวิทยาลัย มีกระดาษให้เขียนบอกรักกันได้ด้วย

ตอนนี้มีร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์อยู่เยื้อง ๆ มหาลัย อร่อยมาก ไม่แพงด้วย เพราะไม่ต้องเสียค่าน้ำก็ได้ มีน้ำให้กดเติมได้ตลอด

แนะนำร้านไทยชงตรงเต๊นท์เขียว อร่อยอย่าบอกใคร โดยเฉพาะ ชาเย็นหางโกโก้ กับชาเขียวใบหม่อน

เด็กที่นี่แทบทุกคนต้องเคยกินไอติม ไอส์์เบิร์ก แถวองค์พระ อร่อยเพื่อสุขภาพอย่าบอกใคร คนแน่นตลอด ไปช้าอาจหมดได้ เปิดเฉพาะวันคู่


คณะอักษรเป็นคณะที่ไม่มีว๊ากผู้หญิง มีแต่ว๊ากชาย

คณะอักษรจะมีเทศกาลละครตลอดปี จากเด็กเอกละคร

ใครที่ได้ไปไหว้พระพิฆเนศร์ วิ่งออกกำลังกายและให้อาหารปลาในสนามจันทร์ ขอบอกว่าคุณคือเด็กทับแก้วตัวจริง

พระราชวังสนามจันทร์สามารถถ่ายรูปได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ห้ามถ่ายนอกเวลาที่กำหนด

สี่แยกหน้าคณะอักษร เป็นสี่แยกวัดใจ ควรมองให้แน่ใจก่อนว่าปลอดภัย ไม่งั้นจะได้วัดพื้นแทน

ตุ๊ดตู่เปรียบเป็นมาสคอตของทับแก้ว

ใครที่เคยเรียนได้เกรด 4 มาตอน ม.ปลาย ก็สามารถมาติดเอฟที่นี่ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
         
  


  มีข้อมูลของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่หลายๆคนอาจไม่รู้มาบอกกันนะ


1. มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ซึ่งประกอบไปด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัย

แพทยศาสตร์ (มหิดลในปัจจุบัน)และมหาวิทยาลัยศิลปากร
2. ศ.ศิลป์ พีระศรี  เป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากรวังท่าพระ  ศ.ศิลป์เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการหล่ออนุสาวรีย์ต่างๆมากมาย  เช่น  พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่สวนลุม  อนุสาวรีย์พระบามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


3. ศ.หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล  เป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ท่านเคยเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าจ้าอยู่หัว  และสถานที่ก่อตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากรก็เป็นพื้นที่ของพระราชวังสนามจันทร์ด้วยโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าจ้าอยู่หัว


4. คำประพันธ์ที่ว่า
กล้วยไม้ออกดอกช้า  ฉันใด    การศึกษาเป็นไป  ฉันนั้น
แต่ออกดอกคราวใด งามเด่น            งานสั่งสอนปลูกปั้น  .เสร็จแล้วแสน งาม
ประพันธ์โดย  ศ.หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล


5.มีห้องสมุดเสียงแห่งแรกของประเทศไทยอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ก่อตั้งโดยศ.หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล


6. มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจุดกำเนิดมาจากโรงเรียนประณีตศิลปกรรม โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (เดิมชื่อ Corrado Feroci) เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้น ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่มีนักเรียนศิลปะคนใดที่ไม่อยากมุ่งมาตร์ปรารถนามาเรียนที่นี่


7. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ทรงสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญามหาบัณฑิต ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร


8. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ จบการศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต ที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


9. มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ได้เด่นทางด้านศิลปะเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมีความเด่นในสาขาวิชาอื่น ๆ อีก เช่น สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ, ภาษาไทย, ภาษาฝรั่งเศส ของคณะโบราณคดี สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส, ภาษาจีน, ภาษาเกาหลี, ภาษาญี่ปุ่น ของคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาเคมี ของคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาปิโตรเคมีและวัสดุพอลิเมอร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

 


10. มหาวิทยาลัยศิลปากรติดอันดับ 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยยอดนิยมที่มีผู้เลือกในการสอบเอ็นทรานซ์มากที่สุดในปีการศึกษา 2548 โดยคณะโบราณคดี สาขาวิชาภาษาไทย เป็นคณะที่มีผู้เลือกมากที่สุดของประเทศในการสอบเอ็นทรานซ์ปี 2548 โดยมีผู้เลือกมากถึง 2,930 คน แต่รับได้เพียง 40 คน และคะแนนขึ้นจาก 177 คะแนน เป็น 247 คะแนน


11. สาขาวิชาภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส เป็น 3 สาขาวิชาที่เปิดสอนเหมือนกันใน 2 คณะ คือ คณะโบราณคดี และคณะอักษรศาสตร์ ทั้ง 2 คณะเรียนไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นสาขาวิชาด้านภาษาในคณะโบราณคดี จะเน้นการนำไปใช้ เช่น การฟัง-พูด-อ่าน-เขียน รวมไปถึงการเน้นด้านการใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น ด้านการโรงแรม, การท่องเที่ยว, เลขานุการ, มัคคุเทศก์, การสอน, ธุรกิจ, วิจิตรศิลป์ มีเรียนทางด้านวรรณคดีบ้าง ไม่เน้นทางด้านวรรณคดีมาก แต่ถ้าเป็นของคณะอักษรศาสตร์ จะเน้นการค้นคว้าทางด้านวรรณคดีในเชิงลึกมากกว่า เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยทางด้านภาษา การเรียนเพื่อนำไปใช้มีบ้าง แต่ไม่เท่าของคณะโบราณคดี

 


12. เพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร คือ Santa Lucia
เป็นเพลงภาษาอิตาลี ที่อาจารย์ศิลป์ท่านชอบร้องฮัมเพลงเวลาทำงาน แปลว่า "ดวงดาราสีเงินที่เปล่งประกายบนนภา คลื่นที่พัดเอื่อย..สายลมที่พัดมาแผ่วเบา มาเถิด...มาสู่เรือลำน้อยของฉัน...Santa Lucia Santa Lucia....."

 


13. นิยายหลายเรื่องก็เกิดขึ้นในรั้วศิลปากร เช่น กลิ่นสีและกาวแป้ง และ โอเนกาทีฟ เป็นเรื่องของคณะจิตรกรรมฯ, เก้าอี้ขาวในห้องแดง เป็นเรื่องของคณะมัณฑนศิลป์, น้ำใสใจจริง เป็นเรื่องของคณะอักษรศาสตร์ และในเรื่องน้ำพุ ก็ม6การพูดถึงคณะมัณฑนศิลป์

 


14. ศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ มีตัวเงินตัวทอง (ตุ๊ดตู่) เยอะมาก มีความเชื่อว่า ถ้าในช่วงสอบเห็นพวกเนี้ยขึ้นมาจากน้ำจะได้ A แต่ถ้าเห็นมันตอนลงน้ำจะติด F แหละ


15. คณะแรกตั้ง คือ คณะจิตรกรรมและประติมากรรม (ปัจจุบัน คือ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์)

 


16. คำกล่าวที่ติดหูของมหาวิทยาลัยศิลปากร คือ "ARS LONGA VITA BREVIS" หรือ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น โดย ศ.ศิลป์


อื่นๆ
-    นักเขียนหลายๆท่านจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร  อังคาร  กัลยาณพงศ์ , มาลา  คำจันทร์, จักรพันธ์  โปษยกฤติ,สวัสดิ์ ตันติสุข, ชลูด นิ่มเสมอ, ชำเรือง วิเชียรเขตต์, ประหยัด พงษ์ดำ, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,ถวัลย์ ดัชนี,ถาวร โกอุดมวิทย์,ปรีชา เถาว์ทอง ,สุวรรณี  สุคนธาฯลฯ
-    มนตรี  เจนอักษรจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร
-    นนทรี  นิมิบุคร และ ยุทธเลิศ สิปปภาค  จบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร


-    ที่ศิลปากรทับแก้ว  มีสระน้ำขนาดใหญ่  เรียกว่า "สระแก้ว" และตอนกลางคืนที่สะพานสระแก้วบรรยากาศดีมั่กๆ


-    ที่นี่จะเรียกคณะวิศวะฯ ว่าเทคโน


-    คณะอักษรศาสตร์มีอยู่2ที่ในไทย  คือ ที่จุฬาและที่นี่


-    สัญลักษณ์ของศิลปากรคือ  พระพิคเณศวร์


-    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระพี่นางฯเคยมาเป็นอาจารย์พิเศษที่นี่ด้วย

 

เรื่องซ่อมน้องขอลอก blog นี้มานะคะ ใช่เลย


http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bigkedy&group=5

เป็นที่รู้ๆ กันว่ามหาลัยเรานั้นมีประเพณีซ่อมน้องบรรจุอยู่ในหลักสูตรแรก หลังจากที่เริ่มเรียนแล้ว ตอนเย็นชั้นกับเพื่อนๆ ต้องเปลี่ยนจากชุดนักศึกษา มาเป็นชุดซ่อมน้อง รุ่นชั้นมีเสื้อ 2 ตัว สีขาวเอาไว้ใส่ตอนเชียร์ กับสีน้ำเงินเอาไว้ใส่ตอนซ่อมน้อง

พวกชั้นปี 1 จะถูกเกณฑ์ให้มานั่งจ๋องๆ อยู่หน้าตึก เรียงกันตามรหัส แล้วก็จะมีพวกรุ่นพี่ที่รักน้องมากๆ คอยตามดูอยู่ไม่ห่าง บางคนถึงขั้นขี่จักรยานตามเวลาน้องๆ วิ่งรอบมหาลัย สอดส่ายสายตาหาน้องรหัสของตัวเองว่าหน้าตามันจิ้มลิ้มกันแค่ไหน หน้าแก่กว่าพี่รหัสรึป่าว หรือว่าน้องชั้นนี่มันเพศไหนกันแน่

และแล้ว ...พี่ว๊ากจะเดินดุ่มมาด้านหน้าแถว ใส่ชุดสีดำมะเมื่อม แขนยาว มีหัวหน้าว๊ากคอยตะคอกน้องๆ จิกด่า เรียกพวกชั้นว่าคุณยังงั้น คุณยังงี้ เรายังไม่ยอมรับคุณให้เป็นอักษรเต็มตัว คุณต้องพิสูจน์ โอ๊ย...อะไรกันนักหนาคะคุณพี่จิกด่าพวกชั้นยังไม่พอ แถมยังบังคับให้พวกเราอมลูกอมแล้วส่งต่อกันทางปากอีกต่างหาก ตอนนั้นเค้าฮิตลูกอมสีเขียวอันใหญ่กลิ่นเมล่อน ก็เอามาอมส่งต่อกันไป โชคดีเป็นอย่างยิ่งอิเพื่อนบางคนดั้นทำลูกอมหล่นค่า หล่นไปที่พื้น ซึ่งดันเป็นพื้นดิน มีหญ้าปกคลุม พี่ว๊ากก็สั่งเลยค่า ให้เอาปากหยิบขึ้นมา แล้วอม อม อม ให้สะอาดกิ๊ก แล้วค่อยส่งให้เพื่อนต่อไป เสียดายที่พวกผู้ชายต้องออกไปอยู่อีกแถวด้านหน้า ไม่งั้นมีเฮสั่งให้พวกชั้นวิ่ง รอบมหาลัย อย่างกับพวกเราต้องการสมัครเป็นทหารเกณฑ์ โดนทำโทษบ้าง วิ่งไปร้องเพลงไปสิ เพลงที่ร้องประจำเพราะนึกอะไรไม่ออกแล้ว

 

โอ้เมษาหน้าร้อน อ่อนระโหย
ดอกไม่โรยร่วงหล่น บนพื้นหญ้า
แสงอาทิตย์ เรืองรอง ส่องแสงมา
แต่แก้วตา ใยร้าง ห่างพี่ไป แต้ตะแล้ด

 

ระหว่างทางที่วิ่งไป พวกชั้นก็ได้มีโอกาสชมนกชมไม้ ใครเชือกรองเท้าหลุดหนึ่งคน เพื่อนทุกคนต้องผูกเชือกเหมือนกัน (พี่คะ พี่คิดได้ไง)พวกชั้นโดนสั่งให้ทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อให้สมกับเป็นชาวอักษร เช่น ร้องเพลงทำนองอัสนี-วสันต์แต่เนื้อเพลงเป็นป้ายก่อสร้างตึก 555 หรือไม่ก็ต้องแต่งกลอน ..อันนี้เด็กๆ ค่ะ บางทีก็สั่งให้ปีนต้นไม้ เอามือเดินต่างเท้า แล้วให้เพื่อนจับขาทั้งสองข้างขึ้นมาทำเป็นไถนา อ้าวพี่ขา หนูไม่ใช่วัว ใช่ควายนะค๊า

แต่ที่ชอบที่สุดเห็นจะได้แก่เล่นเหาะ พี่ก็จะให้เพื่อนๆ ในกลุ่มยืนเป็นสองแถวหันหน้าเข้าหากัน เอามือประสานกันไว้ แล้วให้เพื่อนคนหนึ่งที่เหลือปีนขึ้นไปนอนบนมือ แล้วให้เพื่อนๆ กระเด้งส่งให้เพื่อนคนนั้นมันเหาะให้ไปถึงสุดทางแถวให้ได้

พี่ว๊ากเนี่ยมีอิทธิพลกับน้องๆ มากเลย เพราะน้องๆ จะคอยจับตามองพี่ว๊ากตลอด แหะ แหะ พี่เค้าคงรู้ก็เลยไม่มีหลุดยิ้มออกมาให้พวกเราเห็นเลยหล่ะ หัวหน้าว๊ากเป็นพี่ชั้นปี 3 ผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่งแต่น้องๆ กรี๊ดกันนักแหล่ะ พี่ว๊ากบางคนก็พูดเหน่อ เวลาออกคำสั่งที น้องขำกันใหญ่ พี่บางคนก็หน้าโหดมาก บางคนก็สวยแต่ดุ วันที่ยังอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลือน คือวันที่ปิดว๊าก วันนี้นเป็นวันที่พี่ว๊ากโหดสุดๆ สั่งทำกิจกรรมโหดมากทั้งให้วิ่งไม่หยุด ลงสระน้ำ เอาโคลนมาป้ายกัน เอาหญ้าเอาใบไม้มาวางไว้บนหัวเพื่อน เปียกมอมแมมกันทุกคน แถมยังเลิกดึกมากๆ แล้วพี่ว๊ากก็นำพวกชั้นเข้ามาที่โรงละคร

ปกติถ้าได้เข้ามาที่โรงละครแล้วจะหมดหน้าที่ของพี่ว๊าก และไฟก็ดับหมด ไม่มีพี่เชียร์อยู่เลย พวกชั้นก็ใจเสีย นึกเลยว่าวันนี้มันวันอะไรกันแน่นะ ทั้งมึด ทั้งเงียบ เสียงริ่งเรไร ดังระงม พี่ว๊ากเดินเข้ามาหน้าแถวน้องๆ ทุกคนด้านหน้า จุดเทียนขึ้นในมือทุกคน เสียงเพลงดังออกมาจาก

ทางด้านบนเวที


น้องใหม่ จงภูมิใจ เถิดว่าอาณาจักร
สีเขียวๆ ใต้ร่มจันทร์คือบ้านพัก
สิทธิและศักดิ์ เสรีมีพรักพร้อม
ก้าวเข้ามาเถิดน้อง มองให้สิ้น
นี่คือถิ่นของเราเข้ามาเถอะน้อง
อยู่ด้วยศักดิ์นักศึกษา อย่าตรมตรอม
พี่จะกล่อมเพลงสวรรค์ ปลอบขวัญมา


พี่ว๊ากทุกคนเดินมาผูกข้อมือให้กับน้องๆ ทุกคน และกอดพวกเราไว้ ยิ้มของพี่ว๊ากมันช่างสดใสเสียนี่กระไร เรากอดตอบพี่ น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจที่พี่ๆ ยอมรับพวกเราเข้าเป็นอักษรศาสตร์อย่างเต็มตัว ความสุข ความทรงจำครั้งนั้นมันยังกรุ่น อยู่เสมอเมื่อชั้นนึกถึงมัน รักพี่ๆ และคณะจัง


จำได้ว่า เมื่อได้รับการยอมรับจากพี่ว๊าก และ พี่ดีดีทุกคน ขอบคุณอะไรก็ตามใที่ทำให้เราเป็นนักศึกษาบ้านนอก ของ อาณาจักรสีเขียวหอมกลิ่นจันทร์ อันแสนอบอุ่น  อักษรบ้านนอกแห่งนี้  สอนให้คนเป็นคน สอนให้คนคิดเป็น ให้เรืองนามทั่วทั้งสนามจันทร์  ว่าสวรรค์อยู่ที่อักษร

ฉันเป็นคนไม่มีปมด้อยเรื่องสถานศึกษา เพราะ ฉันรู้ตัวว่าตัวเองต้องการอะไร แม้กระทั่งตอนเอ็นท์ ฉันยังเลือก ศิลปากร กับ ธรรมศาสตร์ เพราะคิดว่าเหมาะกับตัวเอง และก็คิดถูกคิดถึงภาพตัวเองกับเพื่อนสามคนนั่งเรียนใต้ถุนตึกอาคารทรงพลข้างๆห้องแสดงศิลปะ กับ อ เจตนา นาควัชระ ถกภาษาเยอรมัน ถึง เกอเต้ ชิลเล่อร์ เฮอร์มันน์ เฮสเซ่  กันทุกบ่าย เพิ่งรู้ว่า ช่วงเวลานั้น สร้างกลไกในความคิดให้กับตัวเองมากมาย

 

 มาต่อที่ http://blog.spu.ac.th/print.php?id=2785

เขียนได้โดนใจ

คณะอักษรศาสตร์

      ว่ากันว่าสาวที่นี่สวยแล้วยังเก่งภาษาอีก นามอุโฆษว่าสาวอักษรแห่งรั้วเขียวเวอร์รีเดียน แม้ว่าจะได้รับการดูหมิ่นว่าเป็นอักษรบ้านนอก แต่ภูมิรู้กับแตกฉานทั้งด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ อย่างที่เรียกได้ว่าอักษรในเมืองอาจจะต้องหันมามองได้ มีชาขาด้วยกันมากมาย อาทิ ภาษาไทย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน เอเชียศึกษา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน นาฏศาสตร์(การละคอน) สังคีตศิลป์ไทย(ดนตรีไทย) ประวัติศาสตร์ ปรัชญา บรรณารักษ์ สังคมศาสตร์การพัฒนา แต่ตึกอักษรที่นี่เก๋และแปลกตาถึงแม้จะไม่ใหญ่โตเท่านครวัด(เทวาลัยจุฬา)แต่ก็มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมไม่แพ้กัน บรรยากาศก็ร่มรื่นสวยงามมาก หากใครชอบเรียนภาษาและอยากดูดดื่มกับแมกไม้ที่เรียงรายล้อมอยู่รอบคณะ อักษรทับแก้วจึงเป็นที่หนึ่งที่น่าสนใจยิ่งสามารถสะกดจนชวนให้หลงไหลและมีภูมิทัศน์ที่ดีสร้างบรรยากาศการเรียนได้อางเต็มอรรถรส

ว่าด้วยบรรยากาศการเรียนและภูมิทัศน์

        หากจะกล่าวว่ามหาวิทยาลัย ศิลปากร มีจุดเด่นอะไร คงตอบได้อย่างเต็มปากว่า มีความคลาสสิค(ร่วมสมัย) ไม่ล้ำยุคจนเกินไป ได้ผสมผสานระหว่างวังและมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จึงดูมีมิติทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ได้กลิ่นไอของความงามทั้งธรรมชาติและโบราณสถานในมหาวิทยาลัย ส่วนในวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์เองก็มีสวนและภูมิทัศน์ที่งดงาม มีสระแก้วเปรียบเสมือนทะเลสาบในมหาวิทยาลัย พื้นที่มีการจัดวางศาลาและการจัดสวนด้วยพรรณไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาอายุอานามนับร้อยปีจึงถือได้ว่ามีความร่มรื่นอย่างยิ่ง

และที่สำคัญนักศึกษาที่นี่ค่อนข้างจะมีอัตลักษณ์สูง มีอิสระอย่างมากและแต่งตัวอินดี้ ตามสไตย์แนวศิลปากร ที่ไม่เหมือนใคร ชีวิตส่วนใหญ่ค่อนข้างมีเสรีภาพสูง อาจารย์เข้าใจนักศึกษามาก มีความเป็นกันเอง และมีความรู้อย่างเต็มเปี่ยมที่จะให้ลูกศิษย์ และการแข่งขันภายใจมหาวิทยาลัยไม่ค่อยสูงนัก หากใครไม่ชอบการแข่งขันหรือใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสบายๆ(ชิวชิว) มหาวิทยาลัยแห่งนี้คงจะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว เด็กศิลปากรเปรียบเสมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่รักสงบและมีจิตใจรักศิลปะ(กันเกือบทุกคณะ)


 

          

 

 

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic