หนีตามกาลิเลโอ

 

 

spoil จ้า

 

 

อยากไปดูเรื่องนี้มาก ทั้งๆที่ ไม่รู้เรื่อง และ ไม่ยอมให้ใครเล่าอะไรให้ฟังเลย

 

 

ดูแล้ว ชอบง่ะ แต่ก็มีอารมณ์เฉื่อยไปกับหนังช่วงต้นๆ

 

 

สิ่งที่ชอบที่สุด คือ ตั้ม เรย์ เมคโดนัลด์  เค้าเป็นคนที่เล่นหนังเหมือนกับเอาตัวเองไปเป็นคนนั้น แต่กว่าจะออกมาก็เกือนกลางเรื่องแล้ว รอซะนานเลย

ชอบคนอารมณ์ติสๆ พูดจาขวางโลก มีสาระ เถียงไม่ได้ จะบอกว่า ชอบคำพูดทั้งหมดของเรย์ที่พูดในเรื่องนี้ ชอบความเย็นชาที่อบอุ่น ถึงจะดูแก่ไปนิดแต่ก็เท่ เหมาะกับเรย์มาก 

 

นุ่นถามว่า ทำไมรู้หล่ะว่าเป็นคนไทย

ตั้ม : ข้ามถนนไม่มองไฟจราจร มองรถทางขวา      มีแค่คนไทยเท่านั้นแหละที่มีสองอย่างนี้รวมกัน

"ไปด้วยกันมั้ย" คำชวนตอนที่เค้าชวนนุ่นไปบ้าน ต้องดูฉากนี้ เค้าชวนเราเราก็ไป รู้สึกว่าคนนี้ไว้ใจได้ง่ะ

 

นุ่นถามตั้มว่า ทำอะไรอยู่

"อยู่เพื่อใช้ชีวิต"

โดน คนเรามีหนึ่งชีวิต เราจะเลือกใช้ชีวิตของเราไปยังไงนะ

นุ่นยังถามต่อ "ไม่ใช่ทำงานอะไร"

"แค่ใช้ชีวิตก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว ยังจะให้ทำงานอีกหรอ"

เชอร์รี่เลยกัดว่า ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีอะไรจะกินทำอะไร ก็อ้อมแอ้มมาว่า ทำงานบ้าง

 

 

นุ่น : โห ตกปลากินเองด้วยเหรอ / ซื้อกินเอาไม่ง่ายกว่าเหรอ

เรย์ : ก็ง่ายกว่า แต่มันก็ได้แค่กิน

นุ่น : แล้วตกเองได้อะไรอะ

เรย์ : "ได้ตก"

 

ก็เลยมีคำพูดโดนๆต่อว่า

เรย์ :คนบางคนก็สนใจแต่ผลลัพธ์ ไม่สนใจกระบวนการ


เชอร์รี่ : คนบางคนก็ทำอะไรที่มันยากๆ เพราะคิดว่ามันเท่


เรย์ :แต่คนบางคนก็สนใจแต่อะไรที่ได้มาง่ายๆ เคยตัวจนกลายไปเป็นมักง่าย

 

 

นุ่น-  แล้วถ้าไม่มีเงินขึ้นรถไฟจะทำไง?


ตั้ม- ก็เดินไง เดี๋ยวก็ถึงเอง ดูวิวเมืองปารีส สวยจะตาย

แถมยังว่าสาวนุ่น

ตั้ม:มีโอกาสมาถึงที่นี่ แต่ไม่ได้เที่ยวอยู่แต่ในครัว
เมืองไทยไม่มีผักให้หั่นเหรอ ถึงต้องมาหั่นถึงเมืองนอก

ตั้มก็เลยชวนนุ่นไปเที่ยวเมืองปารีสหนึ่งวัน สงสัยนัดเช้า เจ้าตั้มหน้าง่วง จนสาวเจ้าคาดคั้นว่าตื่นเช้าบ่อยไหม แต่ ตั้มบ่ายเบี่ยงไม่ค่อยอยากจะตอบ เพราะไม่ค่อยตื่นเช้า

นุ่น : แล้วนัดมาเช้าทำไม

ตั้ม : ชี้ไปที่หอไอเฟลยามเช้า "แล้วสวยไหมหล่ะ"

ต่อด้วยล่องเรือ ตั้มแอบมองนุ่น สาวก็แอบหันกลับมา หนีหันไปแทบไม่ทัน หันกันไปหันกันมา นุ่นแกล้ง น่ารักมาก

ตอนเขียนป้ายภาษาไทยชูบนถนนที่คนปารีสเดินกันขวักไขว่

ใครคิดถึงเพื่อน ยกมือขึ้น

ใครอยากกลับเมืองไทย ยกมือขึ้น

ใครหนาวจนอยากกอดเพื่อให้ได้ไออุ่น  อันนี้นุ่นยกคนเดียว เขินวุ้ย

 

จนนุ่นจะต้องจากปารีสแล้ว

ตั้ม : เร็วแค่ไหน?
นุ่น : ไม่บอก
ตั้ม: กลัวไปส่งหรอ?
นุ่น : กลัวเปลี่ยนใจ

กรี๊ดดดดด

ตั้มมาส่งที่สถานีรถไฟ

ตั้ม: "รู้ใช่มั้ย ถ้าขึ้นรถไฟแล้ว จะไม่มีวันได้เจอกันอีก..." 
นุ่น   ".... อือม ...."

 

ฉันบอกจุ๋มว่า ผู้หญิงจะเชื่อใจคนติสๆอย่างนี้ดีไหม ตอนเป็นแฟนก็ดี แต่เค้าจะดูแลเราได้อย่างมั่นคงหรือเปล่า

จุ๋มบอกว่า อย่าเอาชีวิตตัวเองไปอิน

เฮ้ออออ ก็ที่ผ่านมาเค้าชอบอย่างนี้ ตีส กวนตรีนนนนนนนน นี่นา

 

เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์รักสองคนนี้ เพราะในที่สุด นุ่นบอก e-mail ไป

 

สิ่งที่ชอบอีกอย่างของหนังเรื่องนี้

เต้ย หรือ นุ่น น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักที่สุด เป็นคนตรงๆ ยิ้มเก่ง รักษาน้ำใจคน มักจะยอมคนอื่น แต่ก็ไม่ทั้งหมด

นุ่นเลิกกับแฟนก่อนมาเมืองนอก แฟนเก่นุ่นบอกว่า

นุ่นยังจำเรื่องวงกลม 2 วงได้มั้ย
ผมว่าตอนนี้  นุ่นกำลังล้ำเส้นอ่ะ

ฉึก โดนนนน

แต่ยังไงก็ยืนยัน เต้ยน่ารักที่สุด

 

แล้วหนังเรื่อง หนีตามกาลิเลโอ เกี่ยวกับ คุณกาลิเลโอ ยังไงหว่า

จริงๆเรื่องนี้เกี่ยวกับเชอร์รี่ ที่โดนทำโทษพักเรียนหนึ่งปี เพราะปลอมลายเซ็นอาจารย์ และ เชอร์รี่คิดว่าตัวเองไม่ผิด ก็อาจารย์ไม่มาสอนวันนั้นเองนิ จาก เด็กสถาปัตย์มือรางวัล fail ได้ถึงขนาดนี้ ก็เลยชวนนุ่นที่แฟนขอเลิก ไปใชวิตอยู่เมืองนอกกัน

ก่อนไป สองสาวไปโดดบันจี้จัมม์ พร้อมคำพูดว่า

"ถ้าเราผ่านสิ่งที่กลัวมากที่สุดไปแล้ว เราก็คงไม่กลัวอะไรอีกเลย"

 

เชอร์รี่เชื่อในคำพดกาลิเลโอที่ว่า

 

เชอรี่: กาลิเลโอบอกว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล แล้วไง.. ก็โดนจับไปขังเข้าคุก แล้วตอนนี้เป็นไงถูกของกาลิเลโอมั้ย?

แต่ ตั้มแย้งว่า : ใช่ กาลิเลโอถูก....  แต่เธอน่ะผิด เข้าใจว่าอาจถูกลงโทษแรงเกินไป

โลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล เพราะงั้นเธอก็เหมือนกัน ไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ไม่มีใครเป็นศูนย์กลางทุกสิ่งทุกอย่างหรอก ต้องเคารพกฏเกณฑ์คนอื่นด้วย

" ทำผิดก้อต้องยอมรับผิด   มันเป็นกฎธรรมดาของโลก "

 

เชอร์รี่เป็นคนที่คิดว่าตัวเองเป็นศุนย์กลางของจักรวาล ไม่ชอบแสดงความรัก และ อารมณ์ พยายามเอาเปรียบสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเล็กน้อย เวลามีปัญหาเกิดขึ้นมักคิดว่าตัวเองไม่ผิด ในที่สุด เชอร์รี่ได้บทเรียนแล้วว่า ในสังคมแห่งความจริงนั้น จะทำอะไรโดยยึดแค่ความคิดของตนเองว่าถูกแล้วไม่ได้ เพราะสังคมไม่ได้หมุนรอบตัวเค้า แต่เป็นเค้าต่างหากที่ต้องปรับตัวเข้าหาสังคม

 

แถมมีอิตาลี ที่กาลิเลโออยู่ ชอบที่ตั้มบอกว่า

ทำไมอยากไปหอเอนปิซ่า อยากไปถ่ายรูปทำมือแบกรับตึกเหรอ

โดนอีกแล้ว ตอนไปฉันก็ทำอย่างนั้น ทำกันทุกคนเลย

 

เรื่องที่ชอบต่อไป

คือ อังกฤษ ปารีส เวนิส มิลาน เป็นที่ที่ฉัน ไปกับ เปิ้ล คู่หู มาหลายหน ทั้ง backpack นอนบ้านเพื่อน มีเรื่องราวมากมายที่ประทับใจ เวลาดูภาพเหตุการณ์ในหนัง มีเรื่องราวของตัวเองอยู่มากมายในนั้น จนอยากจะเขียนถึงความทรงจำครั้งนั้นในไดวันหน้าแล้วกัน

แต่ขอบอก ชีวิตที่อย่ที่เมืองนอก ไม่ได้สุขสบาย หนักหนากว่าเมืองไทยหลายเท่านัก 

 

พรุ่งนี้จะเขียนเรื่องซ้อมใหญ่ คอนพี่เบิร์ด  วันนี้ไปดูมา

 

ไปนอนดีกว่า

 

        

 

 

ความฝันที่มองด้วยตา ช่างสวยงามกว่าความฝันที่หลับตามอง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic